ความเสี่ยง (2)

การบริหารความเสี่ยงก็คือการหาทางรับมือความไม่แน่นอนของเหตุ (ปัจจัยเสี่ยง) ที่จะทำให้เกิดผลที่ไม่แน่นอนในอนาคต ตัวอย่างเช่นความผันผวนของราคาสินค้า (ขึ้นบ้าง ลงบ้าง ส่วนใหญ่ขึ้นๆลงๆเป็น Cycle) เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย มีหลายวิธีที่จะจัดการกับปัจจัยเสี่ยงนี้ เช่น

1) “กระจายความเสี่ยง” โดยเพิ่มสินค้าชนิดใหม่ที่มี Cycle ของราคาไม่ตรงกับสินค้าเดิม เข้ามาในธุรกิจของบริษัท
2) “ปิดความเสี่ยง” โดยซื้อขายวัตถุดิบ และ ผลิตภัณฑ์ล่วงหน้า (Forward) ในราคาคงที่ (Fix price)
3) “ถ่ายโอนความเสี่ยง” ไปให้ลูกค้าโดยคิดราคาสินค้าแบบ Cost plus หรือ ถ่ายโอนความเสี่ยงไปให้ Supplier โดยคิดราคาวัตถุดิบแบบ Net back
4) “หลีกเลี่ยง” หรือ “กำจัดความเสี่ยง” โดยการทำให้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงด้านราคาของสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งมากระทบผลประกอบการด้วยการเลิกผลิต และ จำหน่ายสินค้าชนิดนั้น
5) “ลดความเสี่ยง” ด้วยการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายอย่างตามที่กล่าวมาข้างต้นเป็นบางส่วน เช่น ปิดความเสี่ยงเป็นบางส่วน เปิดไว้บางส่วน หรือ กระจายบางส่วน เก็บไว้บางส่วน เป็นต้น
6) อื่นๆ

นอกจากปัจจัยเสี่ยงทางด้านราคาสินค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจ หรือ การตลาดแล้ว ยังมีปัจจัยในกลุ่มอื่นๆอีกไม่ว่าจะเป็นกลุ่มการเงิน ปฏิบัติการ เทคนิค บุคคล สังคมสิ่งแวดล้อม และ รัฐบาล ก็สามารถบริหารจัดการด้วยการปิด กำจัด กระจาย ถ่ายโอน และ ลดตามตัวอย่างที่กล่าวมาแล้วได้ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่เป็นทรัพยากรภายในองค์การ เช่น คน (Man) เครื่องจักร (Machine) วัสดุ อุปกรณ์ (Material) และ วิธีการ (Method) ที่เรียกรวมๆว่า 4M ปัจจัยเหล่านี้มีความไม่แน่นอน และ สร้างผลกระทบต่อผลการดำเนินงานได้เช่นกัน แต่อยู่ในวิสัยที่จะควบคุมได้ เช่น การทำให้คนมี Competency เหมาะกับงานโดยการฝึกอบรม กำกับดูแลให้คนปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงานอย่างเคร่งคัด บำรุงรักษาเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพที่ดี สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ

การประกันภัยถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง มีพื้นฐานมาจากผู้ประกอบการเอาเงินมารวมกันไว้ที่หนึ่ง (บริษัทประกันภัย) เมื่อมีรายหนึ่งรายใดได้รับความเสียหายจากการเกิดอุบัติภัย ก็นำเงินก้อนนี้ไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ทำให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ทั้งนี้โดยมีสมมุติฐานที่ว่าจะไม่เกิดอุบัติภัยพร้อมๆกัน

การบริหารความเสี่ยงมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้ผลประกอบการนิ่ง และ เป็นไปตามเป้าหมาย กล่าวคือต้องการเท่าใดขอให้ได้เท่านั้น เช่น ต้องการกำไร A บาท จากยอดขาย B บาท และ ต้นทุน C บาท การบริหารความเสี่ยงคือการทำให้ยอดขายเท่ากับ B และ ต้นทุนเท่ากับ C ด้วยวิธีการต่างๆตามที่กล่าวมาแล้ว เช่น ทำ Forward ทั้งราคาผลิตภัณฑ์ และ ราคาวัตถุดิบ (ปิดความเสี่ยง) ผลที่ออกมามักเป็นไปตามที่ต้องการ แต่บางครั้งราคาขายผลิตภัณฑ์ที่ Fix ไว้ต่ำกว่าราคาตลาดขณะขายจริง หรือ ราคาซื้อวัตถุดิบที่ Fix ไว้สูงกว่าราคาตลาดขณะซื้อจริง ทำให้บางคนรู้สึกเสียดาย ประกอบกับวิญญาณนักเสี่ยงมันเรียกร้อง จึงมักเห็นการปิดความเสี่ยงแบบบางส่วน เปิดไว้ลุ้นบางส่วน ก็ทำให้มีชีวิตชีวาไปอีกแบบ

จบแบบนี้ดูจะห้วนไปหน่อย สงสัยว่าจะต้องมีความเสี่ยง (3) เพราะน่าจะมีอะไรเขียนได้อีกเล็กน้อย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: