GDP

GDP เป็นตัวย่อของคำว่า Gross Domestic Product แปลเป็นไทยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หมายถึงมูลค่าตลาดของสินค้า และ บริการขั้นสุดท้ายทั้งหมดที่ผลิตในประเทศในช่วงเวลาหนึ่งๆ เป็นตัวบ่งชี้ความสามารถในการผลิตของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องผลิตสินค้า และ บริการมาเลี้ยงดูประชากร ทั้งยังส่งออกไปขายนอกประเทศในกรณีที่ผลิตได้เกินความต้องการ

โดยทั่วไป GDP วัดได้ด้วยการรวมค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า และ บริการขั้นสุดท้ายของทุกภาคส่วนในประเทศ ได้แก่เอกชน ธุรกิจ และ รัฐบาล ถ้ามีเท่านี้ก็แปลว่าผลิตเท่าที่ใช้ หรือ ใช้เท่าที่มี แต่ในชีวิตจริงอาจต้องการนำเข้าสินค้า และ บริการที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ ทั้งยังอาจส่งผลผลิตส่วนเกินออกไปขายต่างประเทศ ทำให้ GDP ทั้งหมดต้องรวมผลต่างระหว่างปริมาณส่งออก กับ ปริมาณนำเข้า (ส่งออกสุทธิ) ด้วย

ธนาคารโลกรายงานขนาด GDP ของประเทศต่างๆในปี 2550 ไว้ดังตัวอย่างต่อไปนี้ (หน่วยเป็นล้านล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา) รวมทั้งโลก 54.347 อเมริกา 13.811 ญี่ปุ่น 4.376 จีน 3.280 อังกฤษ 2.727 ไทย 0.246 และ สิงค์โปร 0.162 เมื่อเทียบต่อจำนวนประชากรจะได้ GDP per capita ดังนี้ (หน่วยเป็นเหรียญสหรัฐอเมริกาต่อคน) รวมทั้งโลก 9,900 อเมริกา 45,790 ญี่ปุ่น 33,525 จีน 5,345 อังกฤษ 33,535 ไทย 8,138 และ สิงค์โปร 50,299 เห็นตัวเลขแล้วคงไม่มีใครปฏิเสธว่ามันน่าสนใจ และ คิดไปได้ต่างๆนานา

เท่าที่รู้จักคนญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งเห็นว่าทำงานหนัก มีระเบียบวินัย ภักดีต่อองค์การ ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงมี GDP ต่อหัวสูง พวกเขามีรายได้ดี แต่ค่าครองชีพก็สูงด้วย จะซื้อมังคุดสักลูกก็ต้องจ่ายไม่ต่ำกว่า 100 เยน (เกือบสี่สิบบาท) เงินเท่ากันนี้ซื้อมังคุดที่เมืองไทยได้เป็นกิโล กอล์ฟก็เหมือนกันอยู่บ้านเขาจะเล่นได้ปีหนึ่งไม่กี่ครั้ง มาอยู่เมืองไทยปีหนึ่งตีได้เป็นร้อย แปลว่าตีได้สองครั้งต่ออาทิตย์ อยู่บ้านเขาทำงานหนักจนชาติร่ำรวย แต่เครียดทั้งเรื่องงาน เรื่องค่าครองชีพ มาเมืองไทยอาจทำงานหนักเหมือนกัน แต่ความเป็นอยู่สบายๆ มาแล้วอยากอยู่ไปนานๆ ถูกเรียกตัวกลับเหมือนถูกลงโทษหลายคนถึงกับร้องให้ คนอังกฤษ อเมริกัน หรือ สิงค์โปรที่มี GDP ต่อหัวสูงก็เชื่อว่ามีความเครียดเหมือนๆกัน

คนไทยมี GDP ต่อหัวไม่สูงนัก แปลว่าแต่ละคนสร้างผลผลิตน้อยเมื่อเทียบกับคนในประเทศที่เจริญแล้ว มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้เป็นเช่นนี้ ที่สำคัญประการหนึ่งคือคนไทยชอบสบายๆ ไม่ค่อยเครียด จะเห็นว่ายิ้มอยู่เสมอ ยิ้มได้เมื่อภัยมา จนได้รับสมญานามว่าสยามเมืองยิ้ม ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ แต่ไม่ว่าเทศกาลของศาสนาใดคนไทยก็ร่วมเฉลิมฉลองกับเขาด้วยอย่างไม่เคอะเขิน ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย ดูจะเป็นสุขกันดี แต่หลายปีมานี่ยิ้มกันไม่ค่อยออก

นักบริโภคนิยมมีอำนาจวาสนาได้เป็นใหญ่เป็นโตบริหารประเทศ พยายามเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศจากเกษตรกรรมให้เป็นอุตสาหกรรม ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และ สังคมที่จัดทำต่อเนืองกันมาหลายแผน ผลพวงของการพัฒนาคือความเจริญทางด้านวัตถุ ชาวไร่ชาวนามีโทรศัพท์มือถือสำหรับติดต่อสื่อสาร ไปไหนมาไหนด้วยรถจักรยานยนต์ หรือ รถ Pickup มีเครื่องใช้ไฟฟ้าสารพัด แม้แต่วัวควายที่ใช้ไถนา ลากเกวียน ก็ตกงานเพราะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร คนหนุ่มคนสาวเลิกทำนาเข้าเมืองมาเป็นลูกจ้างโรงงาน เบื้องหลังความเจริญคือหนี้สินที่พอกพูนขึ้นทุกวัน เพราะหาได้ไม่พอใช้ แถมมีคนส่งเสริมให้นำรายได้ในอนาคตมาใช้อีก ก็เลยหน้าดำคร่ำเคียดหาเงินใช้หนี้ที่ไม่มีวี่แววว่าจะหมดจะสิ้น

ระยะหลังๆนี่มีคนพูดกันมากว่าวัดความสามารถในการผลิตอย่างเดียวไม่พอ ต้องวัดความสุขของคนในชาติด้วย เนื่องจากเห็นว่ายิ่งพัฒนาคนยิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นสุข อันที่จริงไม่พัฒนา หรือ พัฒนาน้อยก็ไม่เป็นสุขเหมือนกัน เพราะต้องเครียดกับปัญหาคนว่างงาน ทางที่ดีต้องรู้จักพอจะได้ไม่ต้องเร่งให้โตเร็วเกินไป และ รู้จักมีเหตุมีผลจะได้ไม่ปล่อยให้โตช้าเกินไป สรุปว่าโตอย่างพอดี ไม่มากไปไม่น้อยไปน่าจะเป็นแนวทางที่จะทำให้ทุกคนมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข

และ เพื่อความไม่ประมาทควรดูแลค่าใช้จ่ายในภาคส่วนต่างๆให้สมดุลกัน ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ธุรกิจ หรือ รัฐบาลรวมถึงส่งออกสุทธิ ทำนองเดียวกันด้านการผลิตของภาคเกษตร อุตสหกรรม และ ภาคบริการ ก็ต้องรักษาสมดุลด้วย ทั้งต้องลงรายละเอียดของแต่ละภาค เช่น ความสมดุลของผลิตผลจากพืชชนิดต่างๆในภาคเกษตร เป็นต้น เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของสภาพแวดล้อมที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เมื่อรวมกับการโตอย่างพอดีตามที่กล่าวในย่อหน้าที่แล้วจะทำให้เกิดความสุขอย่างยั่งยืน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: