Competency

ในการบริหารบุคคลมีวลีหนึ่งที่ได้ยินบ่อยๆคือ “Put the right man to the right job” เป็นการบอกว่าในการมอบหมายงานนั้นต้องมอบให้กับคนที่เหมาะ (Competent) กับงาน เนื่องจากงานแต่ละงานมิใช่ว่าใครๆก็ทำได้ หรือ คนแต่ละคนมิใช่ว่าจะทำได้ทุกงาน เช่น คนบางคนพูดเก่ง แต่ให้เขียนหนังสือทำไม่ได้ หรือ ทำได้ไม่ดี ในขณะที่คนบางคนเขียนดีแต่พูดไม่ได้เรื่อง บางคนเป็นที่ปรึกษาได้ดี แต่ให้ทำเองใบ้กิน ฯลฯ แสดงว่าระหว่างงานกับคนต้องมีปัจจัยร่วม (Common factor) ที่งานต้องการ และ คนต้องมี เพื่อทำให้คนทำงานได้ผลตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

ขอเรียกปัจจัยร่วมนี้ว่า Competency หมายถึงปัจจัยที่ทำให้คน competent กับงาน ปัจจัยนี้มีองค์ประกอบสองประการคือ “เก่ง” กับ “ดี” ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

เก่ง คือมีความรู้ความสามารถสูงในเรื่องสำคัญสองประการได้แก่ ความรู้ความสามารถในงานที่ทำเรียก “เก่งงาน” และ ความรู้ความสามารถในการทำงานกับคนเรียก “เก่งคน” เก่งงานยังแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ รู้ว่าทำอย่างไร (Know how) กับ รู่ว่าทำไม (Know why) ทุกๆตำแหน่งงานต้องการคนที่รู้ทั้ง How และ Why เสมอ แต่จะรู้อย่างใดอย่างหนึ่งมากน้อยกว่ากันก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของงาน เช่น พนักงานเดินเครื่องต้องรู้ How มากๆ จะได้กดปุ่มไม่ผิด ในขณะที่วิศวกรต้องรู้ Why ให้มากหน่อย เมื่อมีปัญหาจะได้วิเคราะห์วิจัยหาทางแก้ปัญหาได้ ตำแหน่งบริหารก็เหมือนกันโดยทั่วไปต้องการคนที่รู้ Why มาก แต่ก็จำเป็นต้องรู้ How ด้วย มิฉะนั้นจะเป็นผู้บริหารที่ดีไม่ได้

การทำงานต้องมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคนอื่นตลอดเวลา แม้งานที่ทำคนเดียวก็ต้องส่งต่อผลงานให้คนอื่น ความสำเร็จของงานจะเกิดขึ้นได้ต้องมีปัจจัยเกี่ยวกับคนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยเสมอ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเก่งคน เก่งคนมีหลายระดับเริ่มตั้งแต่งานระดับล่างสุดที่ผู้ปฏิบัติต้องเข้ากับเพื่อนร่วมงาน และ หัวหน้าได้ เข้าใจคำสั่ง และ คำแนะนำจนนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง สูงขึ้นมาคือออกคำสั่งให้คนทำงานได้ แนะนำคนอื่นๆได้ เป็นที่ยอมรับทั้งใน และ นอกหน่วยงาน รวมถึงสังคมภายนอก และ สุดท้ายสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นทำตามโดยไม่ต้องสั่ง หรือ ชักชวน เก่งคนต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคน รู้จักการผูกมิตร การจูงใจ การลงโทษ การให้รางวัล รวมถึงความรู้เกี่ยวกับบริหารอื่นๆ เช่น ความเป็นผู้นำ การบริหารความเปลี่ยนแปลง การบริหารข้อขัดแย้ง ฯลฯ

ดี หมายถึงการมีจิตใจที่อยู่ในศีลในธรรมได้แก่มีความละอายชั่วกลัวบาป ซื่อสัตย์สุจริต กตัญญู เมตตา ฯลฯ เปรียบเสมือนเป็น Value ที่ผลักดันให้แสดงออก หรือ มีพฤติกรรมในทางดี เช่น ถือศีล ไม่คดโกง มีความโปร่งใส ไม่โกหกหลอกลวง ขยันหมั่นเพียร โอบอ้อมอารี ยิ้มแย้มแจ่มใส อ่อนน้อมถ่อมตน respect ผู้อื่น ฯลฯ

การมอบหมายงานให้คนเก่งแต่ไม่ดี หรือ คนดีแต่ไม่เก่ง อาจทำให้งานล้มเหลวได้ แม้สำเร็จก็จะไม่ยั่งยืน กรณีปลากระป๋องเน่า นมบูดเป็นตัวอย่างของการใช้ “คนเก่งแต่ไม่ดี” ทำงาน ดังนั้นจะมอบหมายงานให้ใครก็ต้องตรวจสอบ Competency ให้ชัดเจนก่อน โดยดูง่ายๆว่าเก่งหรือไม่ ดีหรือไม่ ถ้ามีพร้อมก็มอบหมายงานได้ ข้อควรระวังคืออย่าไปใช้บริการของพวกเก่งแต่โกง หรือ โง่แต่ขยัน เพราะได้ไม่คุ้มเสีย

2 Responses to “Competency”

  1. Kru Tukta (Kob's friend ka) Says:

    คุณตาหนูสอนว่า..ไม่ว่าหนูจะไปเรียนอะไรเก่งมาจากไหน..
    ท้ายที่สุด..คนเรามักจะตายเรื่องคน .. หนูได้เห็นและเข้าใจมากๆ ด้วยตัวเองจริงๆ ค่ะ..คุณลุง ..เก่งงาน ฝึกได้..เรียนรู้ได้ แค่มีความพยายาม อดทน มีสติมากๆ ช่างสังเกต ..

    แต่เรื่องคน.. โอ้โห..มันซับซ้อน บางคนต้องพูดดีๆ บางคนต้องไม่พูด บางคนต้องประชด บางคนชอบให้ว่าแรงๆ จึงจะลงมือทำอะไรสักอย่าง.. หนูก็ลองผิดลองถูกไปเรื่อยค่ะ แต่ผิดจะมากกว่าถูก แล้วด้วยความกลัวผิด กลัวผิดใจ ทำให้ก็ไม่ค่อยกล้าลองโดยเฉพาะเรื่องแนวโหดๆ เช่น ต้องดุ ต้องตักเตือนเวลาน้องๆ ทำไม่ถูก (น้องๆ ไม่เท่าไหร่คะ แต่ลูกน้องบางคนอายุมากกว่าหนูเป็นสิบปี ไม่รู้ทำไง ก็ยังกลัวๆ อยู่ค่ะ) และน้องๆ ที่ทำงานด้วย เขาเป็นครูค่ะ เรียนเก่งๆ กันทั้งนั้น อัตตาก็เลยมากตามไปด้วย..

    อาศัยสวดมนต์ นั่งสมาธิ ออกกำลังกายไปเรื่อย สร้างกำลังใจให้ตัวเอง..
    หนูคงตอ้งทำผิดอีกเยอะ..กว่าจะเก่งได้ เข้าใจได้ และเป็นหัวหน้าที่ดีได้จริงๆ
    แต่หนูว่า ..เลือกลองทำ แม้ว่าจะผิด ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย.. หนูก็ไม่โตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีสักที.. เฮ้อ..แต่เนื้อยเหนื่อยค่ะคุณลุง

  2. payont Says:

    สวัสดี คุณครู

    ขึ้นชื่อว่าคนแล้วมันก็ซับซ้อนตามที่คุณครูว่านั่นแหละ แม้จะเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดแต่ก็ Handle ยากที่สุด เขาถึงต้องใส่เก่งคนไว้ใน Competency ด้วย ปัญหาเกี่ยวกับคนนั้นเกิดจากหลากหลายเหตุ ขอยกตัวอย่างมาคุยกันหนึ่งเหตุคือการที่ต่างคนต่างต้องการเปลี่ยนแปลงคนอื่นให้เป็นตามที่ตัวเองต้องการ พอไม่ได้ดังใจก็จะเกิดปัญหา เรื่องนี้ต้องเข้าใจว่าแต่ละคนนั้นผ่านประสบการณ์มายาวนาน มีอะไรต่อมิอะไรสั่งสม หรือ ตกตะกอนอยู่ในใจชนิดที่ไม่สามารถดึงออกได้ และ สิ่งที่อยู่ในใจนี้เองที่ผลักดันพฤติกรรมของคน การเปลี่ยนแปลงคนจึงทำได้ยาก ดังนั้นในฐานะเจ้านายแทนที่จะเปลี่ยนแปลงลูกน้อง ลองใช้เขาตามสภาพ คนไหน Ego สูงก็ให้ทำงานที่ท้าทาย หรือ ถ้าเนื้องานไม่ท้าทายก็ตั้งเป้าหมายให้ท้าทาย คนไหนไม่ชอบพูดก็อย่าไปเคี่ยวเข็ญให้เขาพูด ลองให้เขาเขียน เผื่อจะได้นักเขียนที่มีชื่อเสียง ฯลฯ

    การสนใจใฝ่ธรรมะนั้นดีแล้ว ลองศึกษาหลักธรรมเรื่องสังคหะวัตถุ (ธรรมอันเป็นเครื่องผูกใจคน) พรหมวิหารธรรม (ธรรมอันเป็นที่อยู่ของพรหม) จะช่วยเรื่องการบริหารคนได้ดี

    ขอให้โชคดี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: