ปริญญา (3)

เมืองไทยเดี๋ยวนี้มีมหาวิทยาลัยจำนวนมากผลิตบัณฑิตรวมกันแล้วปีหนึ่งนับหมื่นนับแสนคน มากจนน่าจะตั้งเป็นศูนย์กลาง (Hub) มหาวิทยาลัย หรือ Hub ทางการศึกษาได้แล้ว เพราะไม่ว่าอะไรๆเขาก็ทำเป็น Hub กันหมด เช่น Hub ทางด้านการบิน ทางด้านการแพทย์ ทางด้านการเงิน ฯลฯ แต่ก่อนประกาศตัวเป็น Hub ทางด้านการศึกษาต้องดูแลให้เด็กประถมอ่านหนังสือไทยอย่างแตกฉานก่อน และ เด็กมัธยมก็อย่าให้อ่อนคำนวณมากนัก วิชาที่ควรสอนได้แก่เกษตรกรรม เพราะเราเก่งมากมีผลผลิตทางการเกษตรเหลือมาเททิ้งเทขว้างข้างถนนทุกปี วิชาโต้วาทีก็ไม่เลวเรามีพวกช่างพูดเยอะ วิชาที่ไม่ควรสอนคือวิชาค้าขายเพราะรัฐบาลชอบซื้อแพงขายถูกจนทำให้ขาดทุนปีละหลายหมื่นบ้านบาท อีกวิชาที่ไม่ควรสอนคือวิชาการเมือง การปกครอง อายเขา

มีชนชั้นนำของประเทศพูดถึง และ พยายามที่จะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมอุดมปัญญา แต่ไม่รู้ทำกันอีท่าไหนแทนที่จะอุดมปัญญากลับกลายเป็นอุดมปริญญา คงเข้าใจว่าปัญญาคือปริญญาเลยเร่งผลิตปริญญากันยกใหญ่ โดยที่สังคมยังขาดปัญญาเหมือนเดิมดูได้จากการทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เลิกรา ถูกปลุกระดม และ หลอกลวงง่าย ชอบใช้ความรุนแรง และ หลงงมงาย พบเห็นอะไรแปลกๆเป็นต้องไปกราบไหว้เพื่อขอเลขเด็ดเอาไปแทงหวย

อันที่จริงการได้รับปริญญาไม่ใช่หลักประกันว่าจะประสบความสำเร็จในการทำงาน หรือ ในการดำเนินชีวิต ผู้มีปริญญาจำนวนมากประสบความล้มเหลวในขณะที่ผู้ไม่มีปริญญาจำนวนมากประสบความสำเร็จ ทั้งนี้เป็นเพราะปริญญาเป็นเพียงเครื่องหมายแสดงว่าได้เข้าเรียนในห้องเรียนแล้วสอบผ่านครบตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีความรู้ แต่ความรู้จากห้องเรียนนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความรู้ทั้งหมดที่ต้องการเพื่อทำให้ประสบความสำเร็จ

โลกภายนอกรั้วมหาวิทยาลัยนั้นต้องใช้ความรู้นอกเหนือจากที่สอนที่เรียนกันในห้องเรียนไม่น้อย ถ้าทะนงตนว่าเก่งไม่สนใจความรู้อื่นๆอาจทำให้ล้มเหลวได้ ซึ่งจะเป็นการสูญเสียทางการศึกษา เพื่อไม่ให้เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ขอแนะนำให้ศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้ที่สำคัญอีกเจ็ดประการคือ รู้เหตุ รู้ผล รู้ตน รู้ประมาณ รู้กาล รู้คน รู้ชุมชน

ที่ต้องรู้ผลก็เพราะจะได้รู้ความต้องการของตัวเอง หรือ รู้เป้าหมายในการทำงาน ในการดำเนินชีวิต เมื่อมีเป้าหมายแล้วก็ต้องรู้ว่าจะทำให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร คือรู้เหตุนั่นเอง นอกจากนี้ถ้าผลคือปัญหา การรู้เหตุ (แห่งปัญหา) จะช่วยให้แก้ปัญหาได้

รู้คน รู้ตน ในภาษากลยุทธ์ว่า “รู้เขารู้เรา” เป็นความรู้พื้นฐานที่จะนำไปสู่ชัยชนะในการสู้รบ หรือ แข่งขัน ดังคำกล่าวของ “ซุนวู” ปราชญ์จีนโบราณที่ว่า “รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่บนโลกแห่งการแข่งขันนี้ได้อย่างผู้มีชัย หรือ ชนะมากหน่อย แพ้น้อยๆหน่อย การรู้เกี่ยวกับนิสัยใจคอ ศักยภาพ จุดอ่อน จุดแข็ง ของตัวเองเทียบกับคู่ต่อสู้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ความรู้เรื่องคนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริหาร รู้คนเพื่อใช้ให้ถูกกับงาน (Put the right man to the right job) รู้คนเพื่อจูงใจ (Motivation) ได้ถูกวิธี เพื่อให้รางวัล (Reward) หรือ ลงโทษ (Punishment) ได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นเลิศจากคนภายใต้การบริหาร

ที่ยกมาเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นว่าความรู้เหล่านี้น่าสนใจ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ควบคู่กับวิชาความรู้ที่ได้จากห้องเรียน ช่วยทำให้ใช้ปริญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รายละเอียดของความรู้เหล่านี้อยู่ใน “สัปปุริสธรรม” หรือ ธรรมของสัตบุรุษ ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้นานแล้ว หาอ่านได้ในหนังสือธรรมทั่วไป

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “ปริญญา (3)”

  1. Technician EE Says:

    หน้าจะมีการอบรมกลยุธการทำงาน กับช่างเทคนิคดัวน้อยๆบ้าง บางครั้งทำงานไปวันๆมันเหมือนไร้จุดหมาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: