สิ่งแวดล้อม (6) – อย่าชี้หน้าว่ากล่าวกันอยู่เลย

ในบทความสิ่งแวดล้อม (5) ได้ชี้ให้เห็นว่าทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ดังนั้น “อย่าชี้หน้าว่ากล่าวกันอยู่เลย” หันหน้ามาช่วยกันดีกว่า จะช่วยกันได้อย่างไรผู้เขียนมีข้อเสนอแนะสองสามประการดังนี้

ประการแรก ปัจเจกบุคคลไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไป คนจน คนมี นักการเมือง ข้าราชการ ลูกจ้าง ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ ไม่เว้นแม้ชาวบ้าน นักวิชาการ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ NGO รวมถึงองค์การต่างๆ บริษัท ห้างร้าน ศูนย์การค้า สมาคม โรงงาน ฯลฯ ต้อง “ลดการบริโภค” เช่น ลดการใช้พลังงาน (ไฟฟ้า ไอน้ำ ก๊าซ น้ำมันเชื้อเพลิง ถ่านหิน) ลดการใช้สินค้าต่างๆทั้งที่จำเป็น และ ไม่จำเป็น ทั้งที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ และ สารสังเคราะห์ โดยใช้เหตุผลให้มากกว่าความอยากในการตัดสินใจซื้อสินค้าใหม่ ใช้ของที่มีอยู่แล้วอย่างรู้คุณค่า แปลว่าใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีการสูญเสีย หรือ ควบคุมให้สูญเสียน้อย รวมถึงใช้ซ้ำหลายๆครั้ง ทั้งนี้ต้องทำอย่างทั่วถึง พร้อมเพียง จริงจัง และ ต่อเนื่องจนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ไม่นิยมการบริโภค (ตรงข้ามกับบริโภคนิยม)

ที่ต้องลดการบริโภคเพราะตลอดช่วงอายุของสินค้าหลากหลายชนิดนับตั้งแต่การทำให้เกิด (ผลิต) การนำไปใช้งาน จนถึงสุดสิ้นการใช้งาน ทุกๆขั้นตอนล้วนแล้วแต่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น เช่น รถยนต์ เมื่อผลิตก็สร้างผลกระทบฯ คนซื้อไปใช้งานก็ทำให้เกิดผลกระทบฯ ใช้จนพังทิ้งเป็นขยะก็สร้างผลกระทบฯ อีก ดังนั้นลดการบริโภคลงจึงช่วยตัดวงจรการทำลายสิ่งแวดล้อม (ไม่มีการผลิต และ ไม่มีของเสีย) ดีกว่าแก้ปัญหาโดยให้หยุดการผลิตเพียงอย่างเดียว เพราะให้หยุดที่หนึ่งก็จะมีการเคลื่อนย้ายไปผลิตอีกที่หนึ่ง ที่ซึ่งอาจไม่มีการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดกวดขัน เท่ากับผลักดันให้เกิดการทำลายสิ่งแวดล้อมที่อื่น

การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้อยู่ในวิสัยที่ทำได้ทุกคน และ ทำได้เลยไม่ต้องรอให้ใครมาชักชวน หรือ บีบบังคับ ทำแล้วเห็นผลทันที แต่อย่างไรก็ตามผู้คนในสังคมไทยปัจจุบันนิยมการบริโภคจนอาจกล่าวได้ว่าเป็นสังคมบริโภคนิยม ข้อเสนอให้ลดการบริโภคจึงเป็นการเสนอให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่หาคนเห็นด้วย หรือ หาแนวร่วมค่อนข้างยาก อาจมีการต่อต้านด้วยซ้ำ แม้ในหมู่ผู้เห็นด้วยก็ใช่ว่าจะลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจังทุกคน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงก็ไม่มีเพราะผู้นำรัฐบาล ผู้นำทางธุรกิจกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ (ส่งเสริมการบริโภค) ผู้นำทางสังคมก็มุ่งไปในแนวทางให้หยุดการผลิต หยุดการขยายโรงงาน การเปลี่ยนพฤติกรรมนี้จึงเป็นความท้าทายจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคทุกคน

บทความนี้คงเสนอทางแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ข้อเดียวคือลดการบริโภคซึ่งถ้าทำได้ผลจะช่วยให้สิ่งแวดล้อมปรับตัวเองได้ทันกับการสร้างความเสียหายที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ อันเป็นคุณประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นอย่างยิ่ง ข้อเสนอแนะอื่นๆขอยกไปฉบับหน้า

2 Responses to “สิ่งแวดล้อม (6) – อย่าชี้หน้าว่ากล่าวกันอยู่เลย”

  1. วิศวกรน้อยๆ Says:

    การเพิ่มการบริโภคปกติก็เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น
    อยู่แล้ว แต่ยังมีบุคคลบางท่านที่มีการบริโภคที่เพิ่มมากขึ้น
    โดยไม่มีความจำเป็นยกตัวอย่างเช่น บางท่านมีรถยนต์ใช้แต่
    กลับนำไปปรับแต่งเครื่องยนต์เพียงเพื่ออยากให้มีความเร็วเพิ่ม
    ขึ้นกว่าเดิม ถ้าปรับแต่งอย่างถูกวิธีก็ดีไป แต่ถ้าปรับแต่งไม่ถูกวิธี
    ก็จะทำให้เกิดการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
    หนำซ้ำจะทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์เป็นการเพิ่มก๊าซ
    คาร์บอนมอนนอกไซด์ให้กับอากาศมากขึ้นอีกด้วย แถมยังเป็นการ
    ละเมิดกฎหมายบ้านเมืองอีกด้วยเพราะเรายังมีกฎว่าด้วยการจำกัดความเร็ว
    บนท้องถนนอยู่ …….หรืออีกตัวอย่างหนึ่งทั้งๆที่มีการรณรงค์ให้มีการประหยัด
    พลังงานแต่ยังมีบางท่านที่ชอบทำตัวสวนทางกับกระแสนี้ซึ่งจะเห็นได้จากมีการ
    บริโภคอุปกรณ์อำนวยความสะบายประเภทเครื่องปรับอากาศกันอยู่มาก
    ทั้งๆที่แค่พัดลมก็พออำนวยความสะบายให้เราได้อยู่บ้าง แต่มนุษย์เรายัง
    ต้องการในสิ่งที่สะบายมากกว่า ไม่ใช่ว่ามีใจที่อิจฉาสำหรับคนที่มีเครื่องปรับ
    อากาศใช้หรอกนะ แต่ระหว่างพัดลมกับเครื่องปรับอากาศมีการใช้กระแสไฟฟ้า
    ต่างกันมาก บางท่านอาจจะมองไม่ออกว่าการใช้กระแสไฟฟ้ามากขึ้นมันเกี่ยว
    กับสิ่งแวดล้อมอย่างไร ก็จะขออธิบายว่าการใช้ไฟฟ้ามากจะทำให้โรงไฟฟ้าซึ่ง
    ส่วนใหญ่มากกว่า 95% มีการใช้เชื้อเพลิงเผาไหม้ในการผลิตไฟฟ้า ต้องมีการ
    เผาไหม้เชื้อเพลิงมากขึ้น นั่นก็เท่ากับเป็นการเพิ่มก๊าซที่ไม่พึงประสงค์จากการ
    เผาไหม้เชื้อเพลิงให้กับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าห้ามไม่ให้
    มีการใช้เครื่องปรับอากาศหรอกนะ แต่เพียงแค่อยากให้ใช้อยางพอดีเท่านั้น
    เช่น ในอาคารสำนักงานเขารณรงค์ให้ปรับอากาศที่ 25 องศาและปิดเครื่องปรับอากาศ
    ก่อนเลิกงาน สักครึ่งชั่วโมงเท่านี้ก็ช่วยสิ่งแวดล้อมได้มากแล้ว ขอให้นำไปพิจารณา
    กันหน่อยนะครับ

  2. payont Says:

    ดี ช่วยๆกัน โลกจะได้น่าอยู่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: