สิ่งแวดล้อม (7) – อย่าชี้หน้าว่ากล่าวกันอยู่เลย (ต่อ)

ในบทความสิ่งแวดล้อม (6) ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไว้เพียงประการเดียวคือให้ช่วยกันลดการบริโภค สำหรับบทความนี้จะนำเสนอประเด็นอื่นๆที่เหลือได้แก่

ประการที่สอง ลดการบริโภคลงตามที่เสนอไปแล้วนั้นอาจช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ทั้งหมดเพราะถึงอย่างไรก็ยังมีการบริโภคอยู่ดี ทำให้การผลิตสินค้าหยุดไม่ได้ ทั้งยังต้องผลิตมากขึ้นด้วยตามอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร ดังนั้นสิ่งแวดล้อมก็จะได้รับการกระทบกระเทือนไปเรื่อยๆยากที่จะหลีกเลี่ยง

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตนั้นจะแปรผันแบบผกผันกับการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมของโรงงาน แปลว่าถ้าอยากเห็นผลกระทบเท่ากับศูนย์ หรือ ไม่มีผลกระทบเลยก็ต้องลงทุนเป็นอนันต์ ซึ่งคงไม่มีใครทำได้ แม้ทำได้ราคาสินค้าก็จะสูงจนเกินกำลังซื้อของผู้คนทั้งหลาย แล้วจะทำอย่างไรดี หยุดก็หยุดไม่ได้ ทำต่อไปก็ถูกต่อต้าน

เพื่อไม่ให้ต้องถกเถียงกันมากควรใช้ “มาตรฐาน” เป็นตัวอ้างอิง เช่น มาตรฐานการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม มาตรฐานอากาศ มาตรฐานน้ำทิ้ง มาตรฐานการจัดการขยะแข็ง ขยะเหลว และ อื่นๆ โดยเริ่มต้นที่ผู้เกี่ยวข้อง (ผู้รับผิดชอบทางด้านเศรษฐกิจ ผู้รับผิดชอบทางด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการ ผู้ได้รับผลกระทบ ฯลฯ) ตกลงร่วมกันก่อนว่าในแต่ละเรื่องจะใช้มาตรฐานของใคร หรือ องค์การไหน ทั้งนี้อยู่บนสมมุติฐานที่ว่ามาตรฐานต่างๆได้ผ่านการกลั่นกลองจากผู้สร้างมาแล้วเป็นอย่างดี ทำให้เป็นมาตรฐานที่ปฏิบัติได้ (Practical) ไม่สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง

หลังจากนั้นภาคการผลิตมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งคัด หน่วยงานของรัฐ หน่วยงาน NGO หน่วยงานอิสระอื่นๆก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ และ ควบคุมดูแล ไม่ให้โรงงานออกนอกลู่นอกทาง รวมถึงจัดทำรายงานเพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าจากโรงงานที่ดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดีแม้ราคาอาจแพงไปบ้างเมื่อเทียบกับสินค้าจากโรงงานที่ไม่ดูแลสิ่งแวดล้อม หรือ ดูแลไม่ดี

ประการที่สาม ผู้เสียสละ และ / หรือ ผู้ให้การสนับสนุน ต้องได้รับการตอบแทนอย่างเหมาะสม เช่น กรณีที่โรงงานไปตั้งใกล้ชุมชน ชาวชุมชนต้องเสียสละความสะดวกสบาย เสียสละบรรยากาศสงบ ร่มเย็น ไม่อึกทึกคึกโครม เสียสละสิ่งแวดล้อมที่สะอาดปราศจากมลพิษ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขาอย่างมากมาย เช่น สุขอนามัย ความปลอดภัย อาชีพ วัฒนธรรม ฯลฯ เป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีสินค้าใช้ เพื่อผู้ประกอบการ และ คนทำงานได้ทำมาหากิน เพื่อระบบเศรษฐกิจได้ขยายตัว และ อื่นๆ ดังนั้นโรงงานนอกจากต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างเคร่งคัดแล้ว ยังต้องตอบแทนชาวชุมชนในรูปแบบต่างๆตามสมควร เช่น การจ้างงาน ส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมการศึกษา ส่งเสริมสุขภาพ ฯลฯ โดยเงินทุนที่นำมาทำกิจกรรมเหล่านี้เป็นภาระของผู้รับประโยชน์จากการมีโรงงานประกอบด้วยผู้บริโภคจ่ายผ่านราคาสินค้า ผู้ประกอบการจ่ายจากกำไร รวมถึงรัฐบาลจ่ายสมทบผ่านโครงการต่างๆของรัฐบาล

ประการที่สี่ เพื่อให้ข้อเสนอทั้งหมดตามที่กล่าวมีความเป็นไปได้ ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนต้องร่วมด้วยช่วยกัน หรือ “มีส่วนร่วม”เช่น จะลดการบริโภคก็ต้องลดด้วยกัน ลดบ้าง ไม่ลดบ้าง คนนั้นลด คนนี้ไม่ลด สุดท้ายไม่มีใครลด หรือ ในกรณีของมาตรฐาน ไม่ควรปล่อยให้กำหนดกันเองโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะอาจได้มาตรฐานที่ไม่เหมาะกับการนำไปปฏิบัติ หรือ สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง ทำนองเดียวกันในการตอบแทนผู้เสียสละ ผู้ดำเนินการต้องเข้าใจว่าไม่ใช่การบริจาค ผู้เสียสละย่อมมีสิทธิ์ที่จะบอกว่าเขาต้องการอะไรเพื่อทดแทนสิ่งที่ต้องสูญเสียไป ดังนั้นพวกเขาควรมีส่วนร่วมกำหนดมาตรการตอบแทนต่างๆด้วย

เพื่อให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขไม่มีข้อขัดแย้งให้ต้องโต้เถียง หรือ ทะเลาะเบาะแว้งกันมากนัก ข้อเสนอให้ “ลดการบริโภค” “ปฏิบัติตามมาตรฐาน” “ตอบแทนผู้เสียสละ” และ “การมีส่วนร่วม” น่าจะช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย

2 Responses to “สิ่งแวดล้อม (7) – อย่าชี้หน้าว่ากล่าวกันอยู่เลย (ต่อ)”

  1. วิศวกรน้อยๆ Says:

    การกำหนดมาตรฐานออกมาให้เป็นที่ยอมรับของทุกๆฝ่าย
    ถือว่าเป็นทางออกที่ดี แต่ต้องกำหนดวิธีการตรวจสอบและ
    ค่าที่ยอมรับได้ให้ชัดเจน มิฉะนั้นจะกลายเป็นจุดที่ก่อให้เกิด
    ข้อขัดแย้งได้อีก ส่วนผู้ผลิตก็อย่าใช้ช่องโหว่ของข้อมาตรฐาน
    ไปดำเนินการเอาเปรียบสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่นบางแห่ง
    มีข้อกำหนดแค่เรื่องน้ำเสีย แต่ไม่บังคับเรื่องฝุ่นละอองเลย
    ไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ทั้งๆที่รู้ว่าฝุ่นละอองก็มีผลกระทบต่อสิ่งแวด
    ล้อมเหมือนกัน ส่วนผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบก็ให้ตั้งอยู่บนความ
    เที่ยงตรงไม่เอนเอียงไปข้างใด ถึงแม้จะมีผลประโยชน์หยิบ
    ยื่นมาให้ก็ตาม แต่ผมว่าเรื่องนี้ยังเป็นจุดด่างของสังคมเราอยู่
    ดังที่มีข่าวอยู่ตามสื่อทุกวัน มาตรฐานไม่ใช่แค่ตัวหนังสือที่
    เขียนไว้ให้ดูว่ามีความทันสมัย แต่มันจะไม่มีค่าเลยหากไม่มี
    การนำไปดำเนินการและตรวจสอบตามความเป็นจริง ผู้ตรวจ
    สอบต้องมองเสมือนว่าตัวเองได้รับผลกระทบเช่นกัน ดังนั้น
    ถ้าปล่อยให้สิ่งที่ต่ำกว่ามาตรฐานผ่านไปตัวเองก็จะได้รับผล
    เช่นกัน

  2. payont Says:

    เห็นด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: