เมืองไทยนี้ (แปลก) ดี (1)

เมืองไทยนี้ (แปลก) ดี ลูกจ้างมีอำนาจเหนือนายจ้าง ลูกจ้างโดยสหภาพแรงงานไม่พอใจที่นายจ้างจะปรับปรุงกิจการ (เพราะเห็นว่าปล่อยทิ้งไว้บรรลัยแน่) รวมหัวกันหยุดงานประท้วง ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนกันจำนวนมาก เดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวก การท่องเที่ยวหยุดชะงัก สินค้าตกค้างอยู่ตามที่ต่างๆมากมายต้องเปลี่ยนช่องทางขนส่งกันโกลาหล ตัวแทนผู้ถือหุ้นใจดีสหภาพฯเรียกร้องอะไรให้หมด แล้วก็ซื้อเวลาด้วยการตั้งกรรมการร่วม จนเดี๋ยวนี้ยังไม่รู้จะไปทางไหน ข้อเสนอของฝ่ายบริหารถ้าสหภาพฯไม่เห็นด้วยก็ทำอะไรไม่ได้ อันที่จริงถ้าผู้บริหารทำไม่ได้ก็น่าจะถอย ให้สหภาพฯเขาทำเผื่อจะดี

กิจการขาดทุนมากมายมหาศาล ถามว่าทำไมขาดทุนต่างก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเพราะถูกควบคุมราคาค่าบริการ ไม่มีใครพูดถึงต้นทุน ไม่มีการพูดถึงประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่มีใครมองตัวเองเลย ต้นเหตุมาจากคนอื่นทั้งหมด

เมืองไทยนี้ (แปลก) ดีลูกจ้างบอกกำไรของกิจการเป็นเงินที่ลูกจ้างช่วยกันทำมาหาได้ ดังนั้นเอามาแบ่งกันระหว่างลูกจ้างเจ้าของไม่เกี่ยว ถ้าไม่ยอมให้จะประท้วง ตัวแทนเจ้าของคนหนึ่งบอกให้ก็ได้เพราะเป็นเงินที่พวกเขา (ลูกจ้าง) หามาเองไม่ได้เอามาจากงบประมาณแผ่นดิน ไม่เข้าใจว่าคิดกันได้อย่างไร พอตัวแทนเจ้าของอีกคนหนึ่งไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่อง พวกเขา (ลูกจ้าง) จะตัดน้ำตัดไฟให้ทำงานไม่ได้ เจ้าของพูดไม่ออกบอกไม่ถูกได้แต่นั่งมองตาปริบๆ คิดในใจหรือเราไม่ใช่เจ้าของ

เมืองไทยนี้ (แปลก) ดีกิจการเดียวกันหน่วยงานรัฐทำเองขาดทุนบักโกรก แต่แบ่งให้เอกชนไปทำกลับได้กำไร ถ้าถามว่าทำไมถึงขาดทุนคำตอบก็เป็นเช่นเดียวกับที่กล่าวมาข้างต้นคือถูกกดราคาค่าบริการ ไม่มีการพูดถึงต้นทุน ไม่มีการพูดถึงประสิทธิภาพ เหตุมาจากคนอื่นทั้งนั้น

คิดจะแก้ไขด้วยการไปเช่ารถเมล์มาให้บริการก็ให้ค่าเช่าสูงจนถูกคนจำนวนมากค่อนแคะว่ารถเมล์เลี่ยมทอง คิดจะใช้เครื่องอ่านบัตรแทนพนักงานเก็บค่าโดยสาร ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนคงวุ่นวายน่าดูเพราะต้องเอาบัตรให้เครื่องอ่านก่อนจึงจะผ่านเข้าไปนั่ง หรือ ยืนได้ ไม่เหมือนระบบเก่ารถวิ่งไปเก็บเงินไป

เมืองไทยนี้ (แปลก) ดีหน่วยงานหนึ่งอนุญาตให้ผู้ประกอบการสร้างโรงงานได้ แต่สร้างเสร็จแล้วเดินเครื่องไม่ได้เนื่องจากไม่มีหน่วยงานไหนกล้าอนุญาต จะกล้าอย่างไรไหวก็หน่วยงานที่อนุญาตให้สร้างกำลังถูกฟ้องร้องว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผู้ประกอบการเลยต้องตัดสินใจกันเองว่าจะดำเนินการผลิตทั้งๆที่ไม่มีใครอนุญาต หรือ จะจอดรอ

โครงการใหม่ๆก็เหมือนกัน เจ้าของโครงการคงต้องตัดสินใจกันเองว่าจะสร้างทั้งๆที่ไม่มีใครอนุญาต หรือ ไม่สร้าง ถ้าทุกคนหยุดหมดก็เท่ากับว่าเงินเก่ากองอยู่เฉยๆเอาไปทำอะไรไม่ได้ ไม่มีผลตอบแทน ทั้งยังต้องเสียดอกเบี้ย เงินใหม่ก็เข้าไม่ได้ ทำให้เกิดสภาพ C หาย I หด E ลด เหลือแต่ G ก็ไม่ค่อยแข็งแรงเพราะกู้มาทั้งนั้น แล้วจะเป็นอย่างไร GDP ประเทศไทย

3 Responses to “เมืองไทยนี้ (แปลก) ดี (1)”

  1. วิศวะกรน้อยๆ Says:

    เมืองไทยนี้ปัจจุบันคนเก่งมีเยอะนะครับ ดังจะเห็นได้จาก
    ทุกวันนี้เด็กไทยสามารถพิชิตเหรียญทองการแข่งขัน
    โอลิมปิคทางวิชาการมาได้ตั้งเยอะแยะ แต่ทำไมการ
    พัฒนาประเทศของเรากลับล่าช้าจนประเทศเพื่อนบ้าน
    ของเราใกล้จะแซงหรือบางทีอาจจะแซงหน้าไปแล้วด้วย
    ผมคิดว่ามันคงเป็นเรื่องแปลกอย่างที่คุณลุงว่านั่นแหละ
    ทำอย่างไรเราจะนำความเก่งของบุคลากรเราออกมาใช้
    ให้เกิดประโยชน์ได้ อย่าปล่อยให้เขานำไปปลุกระดม
    บุคคลที่รู้ไม่เท่าเขาเกิดการแตกแยกแบ่งพรรคแบ่งพวก
    จนทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในประเทศ ตามปกติคน
    ที่มีความรู้น้อย ( โดยเฉพาะชาวชนบทเหมือนผม) จะไม่กล้า
    ออกมารวมตัวกันทำอะไรที่มองแล้วว่าต้องมีการเผชิญหน้ากับ
    ตำรวจ ( กลัวตำรวจ) แต่ปัจจุบันความคิดของพวกเขาเปลี่ยนไป
    เนื่องจากเพราะมีคนที่มีความรู้มากกว่าเขา มาโน้มน้าวให้เขา
    ปฏิบัติตาม ( เขาจะเชื่อคนที่มีความรู้มากกว่าหรือประสบการณ์มากกว่า)
    จึงเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นในทุกวันนี้ แทนที่จะมีเวลาในการพัฒนา
    ประเทศกลับต้องคอยมาต่อสู้กันเองภายใน คิดแล้วเศร้าจริงๆครับ

  2. payont Says:

    เมื่อผู้คนจำนวนมากปล่อยชีวิตให้ล่องลอยไปตามการชี้นำของ “กิเลส” กลายเป็นทาสที่ไม่ยอมรับการปลดปล่อย บ้านเมืองมันก้เป็นอย่างนี้แหละ แต่ภายใต้กฎแห่งความเป็นอนิจจัง อะไรๆมันเปลี่ยนกันได้ เพราะฉนั้นอย่าเศร้าไปเลย

  3. krutukta Says:

    เด็กที่เก่ง..ไม่ได้ช่วยให้ประเทศเราดีขึ้นเลยค่ะ.. หาคนเก่ง หาไม่ยาก และความเก่ง พัฒนากันได้ .. คนเราชอบมองโลกแคบๆ วัดความเก่งแค่บางเรื่อง ให้ความสำคัญบางเรื่อง คนเลยใจแคบ ทะเลาะกันทั้งบ้านทั้งเมืองแบบนี้..คนเก่งแต่ใจแคบ..ก็ทำบ้านมืองวอดวาย..กันมาหลายต่อหลายทีในประวัติศาสตร์..ที่เราไม่เคยเรียนรู้จากมันเสียทีค่ะ

    เก่งพอหอมปากหอมคอ แต่ใจดี ใจกว้าง เรียนรู้จากคนอื่นได้ ยืดหยุ่นเป็น พักผ่อนเป็น มีความคิดสร้างสรรค์ มีอารมณ์ขันเสียบ้าง ..บ้านเมืองเราคง..มีความสุขกว่านี้เยอะเลยค่ะ..อ่านหนังสือมาว่า วิชาการสร้างความสุข ที่ Harvard นักศึกษาเข้าเรียนกันถล่มทลาย..คนสมัยนี้น่าสงสาร.. น่าสงสารจริงๆ ค้า🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: