ไปเปิดสัมมนา (2) – นวัตกรรม

จากบทความไปเปิดสัมมนาสองตอนแรกที่พูดถึง “Trust” กับ “Team” ยังขาดอีกสองหัวข้อที่พูดในวันนั้นแล้วยังไม่ได้นำมาเขียนได้แก่ “Innovation” กับ “Learning organization” (LO) ซึ่งตั้งใจจะว่าให้จบในบทนี้ แต่ถ้าจบไม่ลง LO คงต้องยกยอดไปฉบับหน้า

ถ้าจะว่ากันให้ละเอียดลึกซึ้งคงต้องใช้เวลายาวนาน เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ขออธิบายในเชิงคณิตศาสตร์ว่า “นวัตกรรม” (Innovation) เท่ากับ “ความคิดสร้างสรรค์” (Creative) คูณด้วย “คุณค่า” (Value) แปลว่านวัตกรรมจะเกิดขึ้นเมื่อนำความคิดสร้างสรรค์ไปทำให้เกิดคุณค่า คิดอย่างเดียวไม่ว่าจะเลอเลิศอย่างไรก็เป็นได้แค่เพียงความเพ้อฝัน มีคุณค่าแต่ไม่ได้เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นเรื่องของการหากินกับของเก่า

ลำพังความเพ้อฝันอย่างเดียวไม่สร้างประโยชน์ใดๆ ในขณะที่หากินกับของเก่าก็ไม่สามารถสร้างความเจริญเติบโตที่ยั่งยืนได้ เพราะของเก่ามีแต่จะล้าสมัย เสื่อมไป หมดไป ประเทศไทยของเราเติบโตมาด้วยการขายทรัพยากรธรรมชาติ กับ แรงงานราคาถูก แร่ดีบุกหมดไปนานแล้ว ถ่านลิกไนต์ ก๊าซธรรมชาติกำลังถูกเร่งรัดการใช้ อีกไม่นานคงหมดไปเช่นกัน สารอาหารในดินตามท้องไร่ท้องนาก็ร่อยหลอจนต้องเติมปุ๋ยลงไปทดแทนจำนวนมหาศาล แรงงานราคาถูกเริ่มขาดแคลน เพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้นจนอยู่ไม่ได้ด้วยค่าแรงต่ำ ตลาดเก่าๆกำลังถูกคู่แข่งที่มีความสามารถในการแข่งขัน (โดยเฉพาะด้านแรงงาน) สูงกว่าแย่งไป ถ้าไม่มีการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใหม่ วิธีการ กระบวนการใหม่ เทคโนโลยีใหม่ แรงงานที่สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงตลาดใหม่ ก็มีความเสี่ยงว่าจะโตอย่างไม่ยั่งยืน

องค์การธุรกิจก็เหมือนกันแม้จะเคยประสบความสำเร็จ แต่ถ้ายังยึดถือว่าปัจจัย หรือ องค์ประกอบเก่าๆที่ทำให้ประสบความสำเร็จในอดีตนั้นจะทำให้สำเร็จตลอดไป ก็เท่ากับนั่งรอวันล่มสลาย ผู้หวังความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนต้องสร้างนวัตกรรม โดยเพิ่มคุณค่าให้องค์การด้วยสิ่งใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อทดแทนของเก่าที่ตกยุคตกสมัยควบคู่กับการขยายฐานลูกค้า (แสวงหาลูกค้าใหม่)

ความคิดสร้างสรรค์ที่นำไปสู่นวัตกรรมนั้นเกิดขึ้นได้หลากหลายวิธี ที่ได้ยินบ่อยๆคือให้คิดนอกกรอบ บางคนว่าต้องแหกกฎ (ข้อนี้ต้องระวัง อย่าไปทำผิดกฎหมาย หรือ กฎ กติกา มารยาทที่ดีงามของสังคม) ไม่ยึดติดกับของเก่า (ข้อนี้ก็ต้องระวังด้วยเหมือนกันเพราะของเก่าบางอย่างเลิกยึดติดเมื่อไหร่เป็นเรื่อง)

คนจะมีความคิดสร้างสรรค์ต้องเป็นคนช่างสังเกต ช่างคิด (มีจินตนาการ) ขี้สงสัย ช่างซักช่างถาม และ ไม่พอใจอะไรง่ายๆ เมื่อรวมกับปัจจัยภายนอกที่ได้จากการพบปะพูดคุยกับผู้คนจำนวนมาก การเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ รวมถึงการอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ หรือ ชมภาพยนตร์ จะช่วยทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างดี

งานเขียนหนังสือนอกจากต้องใช้จินตนาการแล้ว ยังพึ่งพาการศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย ฯลฯ ก่อนที่จะเขียนได้เป็นเรื่องเป็นราวที่น่าติดตาม งานเขียนจึงเป็นทั้งงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และ เป็นเป็นตัวช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ด้วย

พูดถึงงานเขียนทำให้นึกถึงปากกาลูกลื่นที่มีรายงานจากนักบินอวกาศทั้งอเมริกา และ รัสเซีย ว่าใช้งานไม่ได้ในสภาพไร้น้ำหนักเนื่องจากน้ำหมึกไม่ไหลออกมาทำให้เขียนไม่ติด นักวิทยาศาสตร์ของสองประเทศต่างพยายามคิดค้นเพื่อหาทางแก้ปัญหา ในขณะที่อเมริกากำลังขะมักเขม้นอยู่กับการทำให้ปากกาลูกลื่นใช้งานได้ในอวกาศ นักบินอวกาศรัสเซียก็ได้เครื่องเขียนชนิดใหม่ทดแทนปากกา มันคือดินสอดำ บางทีไม่ต้องคิดให้ลึกซึ้ง หรือ ซับซ้อนก็เป็นความคิดสร้างสรรค์ได้

2 Responses to “ไปเปิดสัมมนา (2) – นวัตกรรม”

  1. วิศวะกรน้อยๆ Says:

    คุณลุงครับ การนำเครื่องจักรรุ่นใหม่ที่มีราคาแพง
    แต่ค่าซ่อมบำรุงน้อย มาแทนเครื่องจักรเก่าที่ราคา
    ไม่แพงมากแต่ค่าซ่อมบำรุงแต่ละปีสูงมากแถมสิ้น
    เปลืองพลังงานมาก เรียกได้ว่าค่าซ่อมบำรุงรวมกับ
    ค่าพลังงานของเครื่องจักรเก่าในระยะ 3 ปี สามารถ
    ซื้อเครื่องจักรตัวใหม่ได้สบาย แต่ถ้าเป็นเครื่องจักร
    ใหม่ค่าซ่อมบำรุงรวมกับค่าพลังงานแล้วไม่ถึง 60%
    ของเครื่องเก่าเลย อย่างนี้เรียก นวัตกรรมได้ไหมครับ

  2. payont Says:

    จากคำจำกัดความที่ให้ไว้ ถ้าของใหม่สร้างคุณค่าได้ ก็นับว่าเป็นนวัตกรรม ที่สำคัญคือต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าของใหม่ดีกว่าของเก่าจริง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: