นาย…นายชอบหนูไหม?

วันก่อนมีโอกาสไปออกรอบ (ตีกอล์ฟ) กับเพื่อนๆ ออกกำลังกายบ้างนิดหน่อยตามประสา ส.ว. (สูงวัย) เลยมีโจ๊กนักกอล์ฟมาฝาก เรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่งขณะที่กลุ่มนักกอล์ฟเดินลงจาก Green หลุมสิบแปด (หลุมสุดท้าย) Caddy (เด็กแบกถุงกอล์ฟ) สาวน้อยหน้าตาดีท่าทางขี้เล่นถามนักกอล์ฟคนหนึ่งว่า นาย..นายชอบหนูไหม? ชอบซิหนู เสียงนายตอบด้วยท่าทางกรุ้มกริ่ม ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวตอนกลับนายจอดรถรับหนูที่ประตูทางออกด้วยนะ การนัดแนะของเด็กสาวทำเอานายเฒ่า (หัวงู) หัวใจพองโต และ เคลิ้มฝันไปไกล แต่แล้วก็ต้องหยุดฝันกะทันหันเมื่อ Caddy พูดต่อว่า ทั้งอวบ ทั้งขาว สามตัวร้อยเดียวเอง พ่อหนูจับมาจากท้องนา เมื่อเห็นนายทำหน้างง เธอจึงพูดต่อว่า หนูนานะนาย นายคิดว่าเป็นอะไร?

ตีกอล์ฟมาหลายปีแต่ตีไม่ได้เรื่อง ตอนเริ่มเล่นใหม่ๆก็อ้างว่าเพิ่งหัดจะตีดีได้อย่างไร เผลอหน่อยเดียวแก่ซะแล้ว มีข้อแก้ตัวอีกตามเคยว่าแก่แล้วเรี่ยวแรงไม่ค่อยมี เพื่อนค่อนแคะหนักๆเข้าก็บอกว่าไม่ได้ตีหาเรื่อง จะให้ได้เรื่องได้อย่างไร สรุปว่าไม่เคยตีดี ผู้รู้เคยสอนว่าจะตีให้ดีต้องมี “Rhythm” แปลว่าต้องมีจังหวะจะโคน ต้องมีความสอดคล้อง พร้อมเพียง กล่าวคืออวัยวะทุกส่วนของร่างกายจากต่ำสุดจนถึงสูงสุด ได้แก่เท้า แข้ง ขา สะโพก เอว ลำตัว แขน มือ ข้อมือ ฝ่ามือ คอ และ ศีรษะ ต้องเคลื่อนไหวให้เป็นจังหวะที่สอดคล้องกันอย่างถูกต้องพอเหมาะพอดี โดยมี “จิต” ที่เป็นสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่วิตกกังวล ไม่หวาดกลัว ฯลฯ เป็นตัวควบคุม ดังนั้นเพื่อนร่วมกลุ่ม และ คนดูกอล์ฟจึงต้องมีมารยาท ไม่ส่งเสียง หรือ แสดงอาการให้คนที่กำลังจะตีกอล์ฟเสียสมาธิ

แม้จะเล่นกอล์ฟไม่เก่งอย่างที่เล่าแล้ว แต่ก็ยังชอบกีฬาประเภทนี้ เพราะนอกจากเป็นการออกกำลังกาย พบปะเพื่อนฝูง เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเครือข่ายธุรกิจ กอล์ฟยังให้ข้อคิดเกี่ยวกับการบริหารหลายประการ เช่น ถ้าคนในองค์การทำงานอย่างไม่มี Rhythm ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ ไม่สอดคล้องสัมพันธ์กัน ไม่พร้อมเพียง โอกาสประสบความสำเร็จก็มีน้อย

องค์การจะประสบความสำเร็จได้นั้นแต่ละคนต้องทำงานในหน้าที่ของตัวอย่างดี และ ต้องมี Rhythm กับคนอื่นๆด้วย ตั้งแต่ผู้นำจนถึงผู้ปฏิบัติที่หน้างาน เช่น ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ กำหนดทิศทางขององค์การ ทั้งยังต้องสื่อสารให้ทุกคนได้ “ว. 2, ว. 8” (รับทราบ และ ปฏิบัติ) ฝ่ายผลิตต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพถูกต้องตรงกับความต้องการของลูกค้าตามข้อมูลที่ฝ่ายขายได้มาจากตลาด ไม่ใช่ผลิตตามใจตัวเอง ฝ่ายบุคคลต้องสรรหาผู้ที่มีความรู้ความสามารถตรงกับงานที่ฝ่ายต่างๆร้องขอ ไม่ใช่รับคนด้วยระบบอุปถัมภ์ ทำให้องค์การมีแต่เด็กฝาก ฯลฯ

นอกจากนี้ต้องทำให้ตัวองค์การโดยรวมมี Rhythm กับสิ่งแวดล้อมภายนอก ไม่ว่าจะเป็นตลาด ระบบเศรษฐกิจ การเมือง ราชการ องค์การภาคเอกชน สังคม ชุมชน สภาพธรรมชาติ ฯลฯ เป็นองค์การที่เต็มไปด้วยพลัง และ มีความคิดสร้างสรรค์ (Dynamic) มีความยืดหยุ่น (Flexible) สามารถรับการเปลี่ยนแปลงภายนอกได้อย่างทันท่วงที และ มีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น ต้องสามารถผลิตได้สูงสุดเพื่อตักตวงผลประโยชน์ได้เต็มที่ ไม่ใช่เศรษฐกิจดีแต่เดินเครื่องไม่ดี เพราะต้องหยุดซ่อมบำรุง (การผลิตไม่มี Rhythm กับสภาพเศรษฐกิจ) หรือ ในสภาวะที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว องค์การก็ต้องพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถที่จะใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้องค์การ ไม่ใช่ปล่อยให้พนักงานยึดติดอยู่กับของเก่า จนบั่นทอนความสามารถในการแข่งขัน (บุคลากรไม่มี Rhythm กับเทคโนโลยี)

บ้านเมืองเรายามนี้กำลังขาด Rhythm ภายในอย่างหนัก เพราะเต็มไปด้วยความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน ต่างฝ่ายต่างยึดถือความคิดของตัวเองว่าถูกต้อง และ ไม่ยอมรับฝ่ายตรงข้าม ทำให้ขาดพลัง ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่ความ “อ่อนแอ” ของประเทศในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง ฯลฯ ทำให้ไม่มี Rhythm กับโลกภายนอก จะเห็นได้จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างเชื่องช้าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

ขึ้นต้นอย่างชวนฝัน แต่ลากมาลงท้ายด้วยเรื่องเศร้าได้อย่างไรไม่รู้ คงเป็นเพราะจิตใต้สำนึกที่ฝังอยู่ในใจจนทำให้ไม่ว่าจะทำอะไรๆก็อดหดหู่ไม่ได้กับสภาพบ้านเมืองขณะนี้ ก็ได้แต่ฝันลมๆแล้งๆว่าสักวัน “กฎแห่งกรรม” คงจะทำงาน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: