ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย

คุยกับเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งถึงนามสกุลของเขาที่ฟังดูไม่ค่อยคุ้นหู เขาบอกว่าเป็นนามสกุลที่ล้นเกล้ารัชการที่ 6 พระราชทานให้ลูกหลานผู้สืบเชื้อสายของ “พระยาพิชัยดาบหัก” เจ้าเมืองพิชัย (ปัจจุบันเป็นอำเภออยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์) เมืองหน้าด่านทางเหนือสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี เพี่อเป็นเกียรติ์แก่ท่านเจ้าเมืองซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้กล้าหาญ และ มีฝีมือ ครั้งหนึ่งออกรบเอาชนะพม่าผู้รุกรานได้แม้ดาบของท่านจะหักขณะทำการต่อสู้

ก่อนได้เป็นพระยาพิชัยนั้นท่านมีประวัติยืดยาวนับตั้งแต่เป็นเด็กเกิดที่เมืองพิชัย มีความสามารถทางชกมวย เดินทางออกจากบ้านเกิดตั้งแต่อายุยังน้อย ได้มีโอกาสศึกษาวิชามวยเพิ่มเติม รวมถึงวิชาฟันดาบ เมื่อถึงเมืองตากได้ขึ้นชกมวย สามารถปราบครูมวยชื่อดังได้ถึงสองคน เจ้าเมืองตากชอบใจชักชวนให้อยู่ด้วย ท่านจึงได้รับราชการตั้งแต่นั้น โดยมียศเป็นหลวงพิชัยอาสา

หลวงพิชัยอาสารับใช้ใกล้ชิดเจ้าเมืองตากเรื่อยมา เมื่อเจ้าเมืองตากได้รับโปรดเกล้าฯเป็นพระยาวชิรปราการครองเมืองกำแพงเพชรท่านก็ตามไปด้วย รวมถึงติดตามพระยาวชิรปราการเข้ามาช่วยกรุงศรีอยุธยารบกับพม่าก่อนเสียกรุงครั้งที่สอง หลังจากนั้นได้ร่วมกันกอบกู้เอกราชขับไล่พม่าออกไป พร้อมกับปราบปรามก๊กต่างๆที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ แล้วสถาปนากรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวงโดยมีอดีตเจ้าเมืองตากเป็นพระมหากษัตริย์ทรงพระนามว่า “พระเจ้าตากสิน” ในขณะที่หลวงพิชัยอาสาได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระยาพิชัยครองเมืองพิชัย

เมื่อสิ้นสมัยพระเจ้าตากสิน สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ซึ่งได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ต่อมา เห็นว่าพระยาพิชัยมีฝีมือ และ ซื่อสัตย์ จึงชักชวนเข้ารับราชการในแผ่นดินใหม่ แต่ท่านไม่ยอมรับโดยให้เหตุผลว่า “ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย” มิดี

พระยาพิชัยเป็นแม่แบบที่ดีในเรื่องความกล้าหาญ รักชาติ ซื่อสัตย์ และ เสียสละ ที่คนไทยรุ่นหลังยึดถือเป็นตัวอย่างเสมอมา แต่น่าเสียดายชายไทยคนหนึ่งที่เคยมีตำแหน่งใหญ่โตในบ้านเมืองของเรา ละเลยที่จะปฏิบัติตามตัวอย่างที่ดีดังกล่าว ทำตัวเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย หนีจากแผ่นดินแม่ไปรับใช้แผ่นดินอื่น

เท่านั้นยังไม่พอ ปล่อยให้ลูกสมุนทั้งที่เป็นนักการเมือง นักวิชาการ และ นักรบ บางคน บางกลุ่ม ออกมาตำหนิติเตียนการใช้มาตรการทางการทูตของรัฐบาลไทย นักการเมืองก๊วนหนึ่งถึงกับออกแถลงการณ์ยาวเหยียดกล่าวหาว่ารัฐบาลไทยทำเกินกว่าเหตุ และ แทรกแซงกิจการภายในของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งๆที่เพื่อนเป็นตัวเริ่มต้นแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทยก่อน และ ที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งก็คือมีคนแสดงความขลาดด้วยการกล่าวทำนองว่าทหารของเพื่อนรบเก่งกว่าทหารไทย

ขณะเขียนบทความนี้พอดีได้ยินเพลงๆหนึ่งทางวิทยุ จำเนื้อร้องบางส่วนมาบันทึกไว้เพื่อเตือนใจ “คนใดหลงชมชาติอื่น ชาติเดียวกันเขายืนข่มเหง ได้สินทรัพย์เจือจานก็ประหารไทยกันเอง ทีชาติอื่นเกรงดังญาติของมัน” เราจะเรียกคนเช่นนี้ว่าอย่างไรดี

5 Responses to “ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย”

  1. kru tukta Says:

    ความจริง หนูไม่สบายใจตั้งแต่ได้ยินการให้สัมภาษณ์ว่า .. ถ้ารบ เราก็ชนะ..
    ไม่สบายใจอย่างยิ่ง… สงคราม ทำให้มีแต่ผู้แพ้ และ ผู้แพ้ค่ะ ไม่สบายใจมากๆ ..

    มองอีกที.. การคิดว่ายังไงก็ชนะ ..ในสถานการณ์นี้ ..อาจจะประมาทไปหน่อยนึง..
    หนูคิดว่า จะแพ้ ..ก็เพราะเราตีกันเองนี่แหล่ะค่ะ .. ประวัติศาสตร์สอนอะไรเราไว้เยอะ..แต่พอโมโห ..ความโลภ โกรธ หลงเข้าครอบงำ .. ก็ลืมหมด ..

    น่าเป็นห่วงบ้านเมืองและลูกหลานจริงๆ ค่ะ😦

  2. วิศวกรน้อยๆ Says:

    เขาเคยย้ำนักย้ำหนาว่า รักบ้านเมือง รักสถาบัน รักประชาชน แต่พอจะหมด
    หนทางจริงๆ กลับไปยุยงให้ประเทศเพื่อนบ้านแข็งข้อกับบ้านเกิด มิหนำซ้ำ
    ยังมีบรรดาลูกสมุนคอยส่งเสริม เคลื่อนไหวภายในบ้านเกิด บุคคลเหล่านี้
    ต่อไปผมว่าคงเหมือนคำที่ว่า ตายไร้แผ่นดินกลบหน้า ครับ อันที่จริงชาว
    บ้านตามชายแดนเขาอยู่กันอย่างฉันมิตร ไม่มีท่าทีว่าอยากจะแตกแยกกันเลย
    พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (บ้านผมอยู่ติดชายแดนครับ) จะมีก็แต่ความโลภ โกรธ
    หลง ของผู้นำเขานี่แหละที่จะทำให้เกิดการแตกแยกเอง

  3. payont Says:

    ตอบคุณครู และ วิศวกรฯ
    บ้านเมืองเราน่าเป็นห่วง

  4. Ha11oWeeN Says:

    อ่านแล้วได้แนวคิดดีๆขึ้นเยอะเลยครับ

  5. payont Says:

    ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมเยียน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: