โลกร้อนที่มาบตาพุด (3) – ยังคงร้อนกันต่อไป

“ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” โรงงานใหม่ถูกสั่งระงับ (ชั่วคราว) โรงงานเก่าดันสร้างปัญหาส่งกลิ่นอะไรออกมาก็ไม่รู้ เดี๋ยวก็ถูกระงับหมดทั้งใหม่ทั้งเก่า แล้วจะไปทำมาหากินกันที่ไหน ฝากถึงลูกจ้างทั้งหลายช่วยกันดูแลหม้อข้าวของตัวเองดีๆหน่อย

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม หลังพิจารณาคำอุทรของผู้ประกอบการแล้วให้ 11 โครงการที่ติดร่างแหคำสั่งศาลปกครองกลางดำเนินการต่อได้ เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าโครงการดังกล่าว เช่น โครงการเชื้อเพลิงสะอาด และ ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำเพื่อหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ฯลฯ ไม่เข้าข่ายต้องดำเนินการตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ทำให้เป็นห่วงว่าการฟ้องร้องอีกร้อยกว่าโครงการตามที่เป็นข่าวจะมีโครงการประเภทที่ไม่ควรนำมาฟ้องรวมอยู่ด้วยหรือไม่

65 โครงการที่ยังดำเนินการต่อไม่ได้ทำให้หลายคนยังคงร้อนอกร้อนใจกันต่อไป และ ดูท่าทางแล้วคงยาว เพราะการจัดทำกติกา หรือ มาตรฐาน รวมถึงการจัดตั้งองค์การอิสระที่ไม่รู้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด (แค่กำหนดว่าโครงการประเภทไหนที่เข้าข่ายมาตรา 67 ก็ถกเถียงกันนานแล้ว) ข้อจำกัดด้านคุณภาพ และ ปริมาณของบุคลากรที่จะมาช่วยดำเนินการ ควบคุม กำกับดูแล ทั้งที่เป็นหน่วยงานของรัฐ เอกชน และ องค์การอิสระ รวมถึงปัญหาอุปสรรคประเภทคาดไม่ถึงซึ่งคงมีหลายประการเนื่องจากเป็นของใหม่ ก็คงต้องปล่อยให้ผู้มีสติปัญญาเขาว่ากันไป

ควบคู่ไปกับข่าวความขัดข้องที่มาบตาพุด เวียดนามจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มีนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ขนาดมหึมาทางตอนใต้ของประเทศ นักลงทุนต่างชาติรวมทั้งไทยหลั่งไหลเข้าไปลงทุนอย่างคับคั่ง ไม่ใช่เรื่องน่าเสียดาย หรือ น่าอิจฉา แต่เป็น “เรื่องน่าเป็นห่วง” เพราะเวียดนามอยู่ไม่ไกลจากไทย เกิดอะไรขึ้นที่นั่นย่อมส่งผลกระทบมาถึงเราแน่นอน เช่น ถ้าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีปัญหาสารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล มันจะแผ่กระจายมาถึงไทย หรือ ปัญหาโลกร้อนที่มีต้นกำเนิดที่เวียดนามย่อมส่งผลกระทบมาถึงเราด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ NGO ท้องถิ่นก็ดูท่าทางไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี

ติดตามข่าวการประชุมแก้ปัญหาโลกร้อนที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ค บางช่วงบางตอนเป็นการถกเถียงกันระหว่างประเทศเจริญแล้ว ซึ่งร่ำรวยขึ้นมาจากอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากในอดีต และ ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน กับ ประเทศกำลังพัฒนา ผู้กำลังปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากในปัจจุบัน ประเด็นสำคัญคือปริมาณการปล่อยก๊าซเจ้าปัญหา กับ จำนวนเงินช่วยเหลือจากประเทศร่ำรวยที่จะมอบให้ประเทศยากจนใช้ในการพัฒนาพลังงานทดแทน ผลการประชุมเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่ง

อันที่จริงปัญหาโลกร้อนพูดกันมานาน ทุกคนยกให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรมเป็นต้นเหตุสำคัญ การแก้ปัญหาส่วนใหญ่มุ่งไปที่โรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้าหาเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ การพัฒนาพลังงานทดแทน ฯลฯ ซึ่งต้องลงทุนมากมายมหาศาล ไม่ค่อยมีใครพูดถึงเหตุที่ผลักดันให้เกิดการผลิต ซึ่งได้แก่ความต้องการบริโภคสินค้าของคน ทั้งๆที่การลดเหตุนี้ (การบริโภค) จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยปริยาย และ ไม่ต้องลงทุน

ก็คงต้องจบบทความนี้ด้วยการเชิญชวนท่านทั้งหลายช่วยกันลดการบริโภค ซึ่งทำได้ด้วยตนเอง ทำได้เลยไม่ต้องรอใครๆ ทำคนละเล็กละน้อย หลายๆคนเข้าก็มากไปเอง สำหรับชนชั้นปกครองก็ขอร้องว่าอย่าให้ความสำคัญกับการเพิ่มขึ้นของ GDP มากนัก เพราะ GDP ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่าใด โลกก็ร้อนเพิ่มขึ้นเท่านั้น แถมช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยนอกจากไม่ลดลงแล้วยังเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิของโลกอีกด้วย

2 Responses to “โลกร้อนที่มาบตาพุด (3) – ยังคงร้อนกันต่อไป”

  1. วิศวกรน้อยๆ Says:

    ไม่ใช่ว่ามีจิตคิดอิจฉาหรอกนะ แค่ทุกคนใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ
    และใช้บริการรถขนส่งแทนรถส่วนตัว เท่านี้ก็ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอน
    ที่ปล่อยออกจากโรงไฟฟ้าและจากเครื่องยนต์ได้มากแล้ว ตอนนี้ผมใช้แค่
    เปิดพัดลมที่ห้อง ทั้งที่จริงก็สามารถใช้เครื่องปรับอากาศได้เหมือนกันและ
    มาทำงานโดยรถรับส่ง ไม่ใช้รถส่วนตัว (เพราะไม่มีปัญญาซื้อ ฮะๆ ล้อเล่น
    ยังไม่อยากได้) ไฟที่ห้องก็เปิดแค่ดวงเดียวพอ ตู้เย็นก็ปรับอุณหภูมิไม่ให้
    ต่ำจนเกินไป เท่านี้ถือเป็นการเข้าหลัก DSM ไหมครับคุณลุง

  2. payont Says:

    ถูกต้องครับ ค้นหาวิธีอื่นๆอีกที่ช่วยลดการบริโภค และ ทำให้เป็นนิสัย

    ทำเป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็น ชักชวน เผยแพร่แนวคิดนี้ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างกว้างขวาง

    เพื่อตัวเอง และ ส่วนรวม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: