วันครู…ทำไม “ผิด (ถึงได้) เป็นครู”

เนื่องในโอกาสวันครู (16 มกราคม) ข้าพเจ้าขอกราบบรมครู (พระพุทธเจ้า) ครูของแผ่นดิน (พ่อหลวง) ครูคนแรก (พ่อแม่) พี่ป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ครูที่โรงเรียน ที่วัด มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา ครูนอกโรงเรียน ฯลฯ ด้วยความเคารพ และ ซาบซึ้งในพระคุณที่ได้กรุณาอบรมสั่งสอนทั้งวิทยายุทธ และ ศีลธรรม จรรยา ทำให้โลดแล่นอยู่ในยุทธภพได้อย่างไม่เคอะเขิน

โบราณว่า “ผิดเป็นครู” นั้นหมายถึงให้ถือความผิดพลาดเป็นบทเรียน เพื่อที่จะไม่ทำผิดซ้ำอีก เป็นการนำความรู้ (ในที่นี้คือความผิดพลาด) ไปใช้ประโยชน์ เรียกว่ามีการ “เรียนรู้” ฝรั่งว่า “Learning” เป็นคำฮิตที่เห็นใช้กันมากในหมู่ผู้บริหารสมัยใหม่ เมื่อนำไปใช้กับองค์การทำให้เกิด “องค์การแห่งการเรียนรู้” (Learning organization – LO) ซึ่งหมายถึงองค์การที่มีระบบ และ บรรยากาศแห่งการเรียนรู้

คนจะใช้ความผิดพลาดเป็นบทเรียนได้ต้องเริ่มต้นด้วยการรู้ผิดเมื่อทำผิด ไม่ใช่ทำผิดแล้วเถียงคอเป็นเอ็นว่าทำถูก เหมือนนายพลคนดัง (เสียง) ที่พูดจาไม่สุภาพ ใช้คำไทยโบราณกล่าวให้ร้ายผู้บังคับบัญชา จนคนทั้งเมืองเขาสงสัยเรื่องระเบียบวินัยของกองทัพ ครั้นถูกลงโทษกลับบอกว่าไม่มีความผิด แถมข่มขู่ผู้บังคับบัญชาไม่ให้ออกนอกที่ตั้ง (ออกมาจะโดน….) อย่างนี้ก็ไม่มีบทเรียนให้เรียนรู้ น่าเสียดายที่ไม่ยอมใช้ประโยชน์จากความผิดพลาด ละโอกาสในการพัฒนาตนเอง

การเรียนรู้มิได้เกิดจากความผิดพลาดอย่างเดียว เกิดจากเหตุการณ์อื่นๆได้อีกมากมาย เช่น ชาวบ้านผู้บุกรุกทำลายป่าเพื่อเอาที่ดินมาทำไร่ เรียนรู้ว่าถึงแม้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าทำกันมากๆแล้วอยู่ไปนานๆ หลวงท่านก็จะเมตตาจัดสรรให้เป็นที่ทำกินในที่สุด ทั้งยังเรียนรู้ต่อไปอีกว่าแม้ท่านจะห้ามนำไปขาย แต่ถ้าจะทำก็ไม่เห็นมีใครว่าอะไร ขายแล้วก็ไปบุกรุกจับจองกันใหม่ เพื่อจะนำมาขายอีก ฝ่ายคนซื้อก็เรียนรู้ทำนองเดียวกัน ซื้อแล้วเอาไปทำ Resort ก็ได้ มีคนไปอุดหนุนเยอะแยะ รวมถึงผู้รักษากฎหมายด้วย จึงขายๆซื้อๆกันจนป่าไม้เหลือน้อยเต็มที สรุปว่า “ขนมผสมน้ำยา” (พอๆกัน ไม่มีใครดีกว่ากัน)

คำว่า “ครู” มาจากภาษาบาลีว่า “ครุ” (อ่านว่า คะ – รุ) แปลว่าหนัก ด้วยว่างานสั่งสอนอบรมกุลบุตร กุลธิดาให้มีวิชาความรู้แก่กล้า และ เป็นคนดีมีศีลธรรมนั้นเป็นภาระที่หนักหน่วงยิ่ง ทั้งการสอนด้วยวาจา และ การประพฤติปฏิบัติ (การครองตน) ให้เป็นตัวอย่างที่ดี ผู้มีจิตวิญญาณของครูจะทำงานของท่านอย่างขยันขันแข็ง ไม่ย่อท้อ และ ด้วยความเมตตา นำพาศิษย์ข้ามพ้นความโง่เขลา และ สิ่งเลวร้าย ดุจคนพายเรือรับส่งผู้โดยสารข้ามฟาก (มีการเปรียบเทียบอาชีพครูว่า “เรือจ้าง”) ครูจึงเป็นผู้สมควรได้รับความเคารพนับถือ ยกย่อง เชิดชูจากคนทั่วไป

แม้ว่าครูจะทำงานหนัก แต่รายได้ไม่ดีนัก จึงเห็นครูจำนวนไม่น้อยมีหนี้สินรุงรังจนน่าเป็นห่วง คนที่คิดค่าตอบแทนให้ครูก็เป็นลูกศิษย์ของครูนั่นแหละ ได้ดิบได้ดีแล้วทำเป็นลืมครู วันครูปีนี้มาแสดงความกตัญญูกตเวทีด้วยการเพิ่มเงินเดือนให้ท่านกันหน่อยดีไหม ครูคงไม่ต้องการความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากใครๆ ขอเพียงพิจารณาค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมก็พอแล้ว

ขอให้โชคดี มีสุข ไม่เจ็บ ไม่จนครับคุณครู

2 Responses to “วันครู…ทำไม “ผิด (ถึงได้) เป็นครู””

  1. kru tukta ka :) Says:

    เป็นครูยุคนี้ เหนื่อยค่ะคุณลุง..
    ต้องต่อสู้หลายอย่าง ต้องจิตใจมั่นคงดุจหินผามากๆ เลย..
    ทั้งวัตถุนิยม ค่านิยมสังคม ที่เปลี่ยนไปเร็วมากๆ สิ่งที่มอมเมาเด็กๆ
    ก็มีมากขึ้น วิ่งตามกันแทบไม่ทัน.. และเดี๋ยวนี้..ครูถูกปฏิบัติด้วยเหมือนลูกจ้าง..
    ผู้ปกครองหลายท่าน ปฏิบัติต่อครูเหมือนลูกน้องที่ทำงาน พี่เลี้ยงลูกที่บ้าน..

    แต่ยิ่งเหนื่อย ยิ่งยาก ก็ยิ่งท้าทายความหนักแน่น และอุดมการณ์ในการเป็นครูของพวกเราค่ะ..🙂
    เวลาเห็นนักเรียนเติบโต มันชื้นใจ..ชื่นใจ อธิบายไม่ถูกทีเดียวค่ะ..
    หนูว่ามันเป็นอาชีพที่ได้ขึ้นสวรรค์บ่อยๆ ..🙂
    ยิ่งยาก ยิ่งชื่นใจมาก เมื่อเราทำสำเร็จ และความสำเร็จของเรา คือความสำเร็จของลูกศิษย์เราด้วย..

    ใครไม่มีความสุขกับอาชีพตนเอง..อยากให้ลองมาเป็นครูค่ะ.. ชื่นใจดี🙂

  2. payont Says:

    อย่างนี้กระมังที่เขาเรียกจิตวิญญาณความเป็นครู
    ยินดีด้วยครับที่ได้ทำงานที่ชอบ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: