ตัดไฟแต่ต้นลม

นักกอล์ฟสมัครเล่นชาวไทยจำนวนมากไม่ว่าจะมาจากสาขาอาชีพไหน แต้มต่อ สูง หรือ ต่ำ จะมีจุดอ่อนเหมือนๆกันอยู่จุดหนึ่งคือเรื่องอาหาร เวลาให้เลือกอาหารมักเลือกไม่ค่อยถูกต้องใช้เวลาคิด และ สุดท้ายมักมาลงที่ “ข้าวผัดกระเพาไก่ไข่ดาว” อาหารจานนี้จึงถูกค่อนขอดว่าเป็นอาหารของคน “สิ้นคิด” (คิดอะไรไม่ออกก็ กระเพาไก่ไข่ดาว)

วันก่อนกลุ่มเรามีนัดออกรอบบ่ายโมง พี่แดงมาแปลกถึงสนามก่อนใครๆ ผิดกับโหน่ง (วิฑูรย์) ที่เคยมาถึงก่อนประจำ แต่วันนี้เที่ยงกว่าแล้วยังมาไม่ถึง ขณะพวกที่มาถึงแล้วกำลังจัดการกับอาหารกลางวัน เสียงกริ่งโทรศัพท์ของพี่แดงก็ดังขึ้น เป็นโหน่งนั่นเองที่โทรเข้ามาบอกว่ากำลังจะถึงช่วยสั่งอาหารให้ด้วยอะไรก็ได้ พี่แดงจึงสั่งเด็กเสิร์ฟให้เอาข้าวผัดกระเพาไก่ไข่ดาวมาเพิ่มอีกหนึ่งที่ วิทยาเพื่อนอีกคนอมยิ้มแล้วพูดพึมพำว่าอาหารคนสิ้นคิด

แล้วโหน่งก็มาถึงจนได้ด้วยท่าทางไม่ค่อยกระปี้กระเป่าเท่าไหร่ พี่แดงจึงถามว่ามีปัญหาอะไร ก็ไอ้ป๊อก (ลูกชายคนโตของโหน่งที่พวกเรารู้จักดี เพราะเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก) น่ะซิ เสียงโหน่งตอบพร้อมกับบรรยายต่อว่า กินเหล้าแล้วไปขับรถเลยถูกตำรวจจับ สองคนผัวเมียต้องไปประกันตัวมันกลางดึก กว่าจะกลับถึงบ้านเข้านอนได้ปาเข้าไปตีสี่กว่า แถมนอนไม่ค่อยหลับอีกต่างหาก

เกมกอล์ฟวันนั้นก็ทำนองเดียวกับวันก่อนๆ ทั้งทีมฝีมือสูสีกัน แต่ละคนรักษาความแน่นอนไม่ค่อยได้ บางหลุมก็ตีดีบางหลุมก็ไม่ดี (พวกเราให้กำลังใจกันเองว่าถ้าตีดีทุกหลุมก็น่าเบื่อหน่าย เปรียบเป็นชีวิตที่ราบเรียบเกินไปไม่ท้าทาย ต้องมีตกน้ำบ้าง ตกทรายบ้าง หรือ บางทีเข้าป่าบ้างจึงจะสนุก) ในขณะที่พี่แดงมีเรื่องชวนหัวมาเล่าสร้างความครื้นเครงตามเคย

ครั้งนี้พี่แดงเล่าโจ๊กฝรั่งว่า จอห์นนี่ ผู้เฒ่าวัยใกล้ร้อยเสียชีวิตแล้วได้ขึ้นสวรรค์เนื่องจากทำบุญกุศลไว้มาก บนสวรรค์เทวดาจอห์นนี่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเทพเฝ้าประตูสวรรค์ มีหน้าที่คัดกรองคนขึ้นสวรรค์โดยให้ตอบคำถาม ใครตอบถูกจึงจะผ่านประตูเข้าไปได้ เมื่อเริ่มทำหน้าที่ก็มีสาวสวยหน้าตาดีมาที่ประตูสวรรค์ จอห์นนี่ให้สะกดคำว่ามด วิญญาณสาวตอบว่า ANT ซึ่งถูกต้องจึงได้ผ่าน รายต่อมาเป็นสาวหุ่นดีได้รับคำถามให้สะกดคำว่าผู้ชาย คำตอบคือ MAN ผ่านได้อีกหนึ่งราย แล้วรายทีสามก็มาถึง เธอคือแมรี่ ภรรยาของจอห์นนี่นั่นเอง จอห์นนี่อธิบายเงื่อนไขต่างๆแล้วก็ให้สะกดคำว่า “เช็คโกสโลวาเกีย” (ถามยังกับไม่อยากให้เมียตามมาที่สวรรค์อย่างนั้นแหละ)

วันนั้นโหน่งเล่นผิดฟอร์มไปนิดหน่อย เข้าใจว่าคงกังวลเรื่องลูก พวกเราช่วยกันพูดปลอบใจ ซึ่งก็ช่วยได้บ้าง ตอนหนึ่งโหน่งระบายความในใจว่าก่อนนี้ห่วงแต่ลูกสาว (น้องของป๊อก ซึ่งพวกเรารู้จักดีเหมือนกัน) ต่อไปต้องห่วงลูกชายด้วย แถมเป็นห่วงแม่เค้าอีกต่างหากด้วยเกรงว่าโรคประสาทจะถามหา เพราะปรกติก็เป็นคนชอบวิตกกังวลอยู่แล้ว

ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านวันนั้นพี่แดงชวนพวกเราไปกินข้าวกลางวันที่บ้านลาดพร้าวเสาร์หน้า โดยบอกว่าเลี้ยงวันเกิดให้พี่แป้ว (ภรรยาพี่แดง) วิทยา และ ข้าพเจ้ารับปากว่าจะไป แต่โหน่งปฏิเสธ โดยบอกว่าไม่ว่างเนื่องจากจะพาลูกชายไปทำบุญแก้ “ปีชง” ที่วัดเล่งเน่ยยี่ พี่แดงบอกไม่เป็นไร และ ทิ้งท้ายไว้ให้พวกเราคิดว่า

“ปัญหาเกิดจากเหตุ ตัดเหตุได้ปัญหาก็ไม่มี” พร้อมกับอธิบายว่า “ถ้าดื่มสุราก็อย่าไปขับรถ” หรือ “ถ้ารู้ตัวว่าต้องขับรถก็อย่าดื่มสุรา” แต่ไม่ว่าจะขับรถ หรือ ไม่ขับรถ ดีที่สุดคือ “ไม่ดื่มสุรา” เป็นการ “ตัดไฟแต่ต้นลม” เนื่องจากสุราเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆมากมายเกินพรรณนา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: