ฉันคือ “จอมบงการ”

ฉันอยู่กับมนุษย์มานานตั้งแต่พวกเขาลืมตาดูโลก ช่วงที่เป็นทารกเวลาหิว เจ็บป่วย อึดอัด หรือ ทำสกปรกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกพวกเขาก็ส่งเสียงร้อง แล้วก็มีพ่อแม่บ้าง ปู่ยาตายายบ้าง หรือไม่ก็พี่เลี้ยงเข้ามาช่วยบรรเทาทุกข์ เกิดการเรียนรู้ว่าร้องแล้วได้ผลเลยร้องอีกเมื่อมีปัญหา แล้วก็ค่อยๆเลิกราไปเมื่อโตขึ้น แต่บางคนยังติดใจไม่ยอมหยุด มีโอกาสเป็นร้อง

ทุกวันนี้ฉันได้ยินเสียงร้องบ่อยมาก ฝนตก ฝนแล้ง ของแพง ของถูก ของล้นตลาด ขาดตลาด เป็นเหตุให้ร้องได้ทุกเรื่อง จะสร้างโรงไฟฟ้าก็มีคนร้อง ไม่ว่าเป็นชนิดไหน พลังความร้อน พลังน้ำ นิวเคลียร์ พลังลม (ไม่ให้สร้างด้วยเกรงกระทบสิ่งแวดล้อม) ครั้นไม่มีไฟฟ้าใช้ก็ร้อง จะสร้างเขื่อนก็เหมือนกัน ร้องแล้วร้องอีก (หาข้อดีไม่ได้เลยเขื่อน) พอจีนสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำไว้ใช้เองแม่น้ำโขงเลยแห้งขอด (สงสัยจะได้เห็นพญานาคเป็นๆกันละคราวนี้) ก็คงร้องกันอย่างเคย (ไม่รู้จีนจะฟังหรือเปล่า)

ช่วงนี้มีเสียงร้องค่อนข้างถี่ และ ดัง ว่าประเทศไทยไม่เป็น “ประชาธิปไตย” มีกลุ่มคนขับไล่รัฐบาลทุกวัน สามเวลาหลังอาหาร แถมก่อนนอนด้วย เห็นรัฐบาลทำเฉยก็นัดกันออกมาเดินขบวน โดยอ้างว่าทำตามระบอบประชาธิปไตย เลยไม่รู้ว่าประเทศนี้เป็นประชาธิปไตย หรือ ไม่เป็น หรือ จะเป็นเฉพาะตอนที่ทำได้ตามใจ ถ้าไม่ได้อย่างใจก็ไม่เป็น

เดินไม่เดินเปล่าขึ้นเวทีปราสัยด่าว่าฝ่ายตรงข้ามอย่างเสียๆหายๆ แสดงอาการอาฆาตมาดร้าย สร้างความแตกแยกในหมู่คนในขาติโดยแบ่งไพร่ แบ่งอำมาตย์ แถมละเมิดสิทธิคนอื่นด้วยการชักชวนกันนำสิ่งปฏิกูลไปสาดใส่บ้านเขา แล้วร้องว่าเป็นการกระทำอย่างสันติ ตามระบบอบประชาธิปไตย

อีกเรื่องหนึ่งที่ฉันได้ยินจนชาชินคือร้องว่าประเทศนี้ไม่มี “ความยุติธรรม” เพราะหัวหน้าใหญ่โดนไปหลายคดี ล่าสุดถูกศาลสั่งยึดทรัพย์ด้วยมีหลักฐานแน่นหนาว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยมิชอบ (โกง) แทนที่จะยอมรับ หรือ ต่อสู้ในประเด็นที่ถูกกล่าวหา กลับกล่าวโทษศาลว่าทำตามประกาศคณะปฏิวัติ เห็นว่าจะไปฟ้องศาลโลก (ไม่รู้โลกไหน)

เรื่องเกี่ยวเนื่องกับความไม่ยุติธรรมก็คือ “สองมาตรฐาน” เห็นชุมนุมขับไล่คนออกจากป่าได้หนึ่งรายแล้วเงียบๆไป น่าจะทำต่อเพราะยังมีคนให้ขับไล่อีกเยอะ ไม่น่าหยุดเลย หรือ เพราะเกรงว่าลึกๆแล้วพลพรรคตัวเองจำนวนไม่น้อยก็อยู่ในข่ายที่ต้องถูกขับไล่ด้วย

“เสรีภาพ” ก็เหมือนกันร้องกันเสียจริง นักวิชาการ นักการศึกษา นักการสื่อสาร นักการเมือง นักอนุรักษ์ นักอะไรต่อมิอะไรร้องกันหมด กล่าวหาคนนั้นคนนี้ บ้างก็ว่าหน่วยงานนั้น หน่วยงานนี้ชอบเข้ามาครอบงำ หรือ บงการชีวิต สร้างกำหนดกฎเกณฑ์ทำให้เกิดข้อจำกัดมากมาย อึดอัดเนื่องจากทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ไม่ได้อย่างใจ ฉันฟังแล้วก็อดขำไม่ได้

จะไม่ให้ขำได้อย่างไร ก็ฉันครอบงำ และ บงการชีวิตเจ้ามาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ไม่มีใครเข้าไปยุ่งกับชีวิตเจ้าเท่ากับฉัน กับคนอื่นเจ้าต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชนะ บางครั้งถึงกับยอมตายถวายชีวิตเพื่อคำว่าเสรีภาพ แต่กับฉันเจ้าไม่เคยต่อต้าน สั่งให้ทำอะไรเจ้าก็ทำโดยไม่เคยเกี่ยงงอน คำน้อยก็ไม่เคยบ่นว่า ยินดีทำตามโดยดุษฎี ดุจดัง “ทาสที่ไม่ยอมรับการปลดปล่อย”

งงใช่ไหม ไม่รู้ใช่ไหมว่าฉันคือใคร ลองนึกดูซินอกจากคำสั่ง หรือ กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆที่เจ้าต้องทำตามแล้ว เจ้าทำตามการบงการของใครอีก ทำหน้างงคงยังนึกไม่ออกล่ะซิ จะบอกให้เอาบุญ ฉันก็คือ “กิเลส” ไง “จอมบงการ” ผู้เข้าเกาะกุมจิตอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของเจ้ามาช้านาน ปัญหาทั้งหลาย รวมถึงความทุกข์ ความเศร้าหมองของเจ้า ล้วนแล้วแต่เกิดจากการที่เจ้าทำตามคำบงการของฉันทั้งนั้น รู้แล้วใช่ไหม รู้แล้วจะมัวชักช้าอยู่ใย รีบกำจัดฉันออกไปเสียซิ เจ้าจะได้มีอิสรเสรีอย่างแท้จริง ไม่ต้องมาร้องแรกแหกกระเชอให้อับอายชาวบ้านเขา

2 Responses to “ฉันคือ “จอมบงการ””

  1. วิศวกรน้อยๆ Says:

    ถ้าหากในโลกเราไร้ซึ่งจอมบงการคนนี้(กิเลส) ทุกคนคงจะอยู่ร่วมกัน
    อย่างมีความสุขนะครับ แต่ผมว่าคงจะล้มจอมบงการคนนี้ยาก ขอเพียงแค่
    ช่วยกันกีดกันไม่ให้เขามีอำนาจเพิ่มขึ้นก็คงจะดีไม่น้อยนะครับ…..

  2. payont Says:

    ลองทำดูครับ
    ลดโลภด้วยการให้
    ลดโกรธด้วยความเมตตา
    ลดความหลงด้วยความรู้
    ฯลฯ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: