ฝ่ายค้าน

“ฝ่ายค้าน” แปลว่าฝ่ายที่มีความเห็นโต้แย้งกับ “ฝ่ายเสนอ” (ในการโต้วาที) หรือ โต้แย้งกับ “ฝ่ายรัฐบาล” (ในทางการเมือง) แม้ว่าจะใช้ชื่อฝ่ายค้านเหมือนกัน แต่การค้านในการโต้วาที กับ ทางการเมืองนั้นมีส่วนต่างกันอยู่มิใช่น้อย 

โต้วาทีเป็นการเอาแพ้เอาชนะกันโดยใช้ไหวพริบปฏิภาณประดิษฐ์ถ้อยคำสำนวนโวหาร (รวมถึงหลักฐานอ้างอิงต่างๆ) เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับฝ่ายตน ญัตติ หรือ หัวข้อที่นำมาถกเถียงกันจะเป็นเรื่องที่มีความขัดแย้งในตัว หรือ คิดได้หลายทาง เช่น มีปัญญาดีกว่ามีทรัพย์ อยู่กรุงเทพฯดีกว่าอยู่บ้านนอก เรียนบัญชีดีกว่าเรียนกฎหมาย ฯลฯ  

การโต้วาทีบางครั้งนำมาใช้ในทางให้ความบันเทิง กรณีนี้ญัตติส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความขัดแย้งที่โน้มเอียงไปทางฝ่ายเสนอ กล่าวคือถ้าไม่มีความคิดสร้างสรรค์จริงๆก็ไม่รู้จะค้านจนเอาชนะได้อย่างไร เช่น เป็นคนรวยดีกว่าเป็นคนจน เป็นนายห้างดีกว่าเป็นจับกัง เป็นต้น การโต้ฯแบบนี้ผู้ฟังจะสนุกสนานกับการลุ้นว่าฝ่ายค้านจะมีทีเด็ดอะไรมาโต้แย้ง ซึ่งฝ่ายค้านเก่งๆก็มักไม่ทำให้ผู้ฟังผิดหวัง บางครั้งแม้ไม่ชนะแต่ก็เรียกเสียงฮาได้ตลอด 

ในทางการเมืองนั้นแม้จำเป็นต้องใช้วาทศิลป์เช่นกัน แต่จะค้านเอามันแบบโต้วาทีชนิดที่ให้ความบันเทิงอย่างเดียวคงไม่ได้ ทั้งยังไม่จำเป็นต้องจบลงที่การแพ้ชนะ เพราะเมื่อมีการชี้แจงแสดงเหตุผลกันแล้วอาจจบด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน ทำให้ความขัดแย้งหายไปก็ได้ และ ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือไม่จำเป็นต้องค้านทุกประเด็น ประเภทขี้หมูราขี้หมาแห้งก็ปล่อยๆไปเสียบ้าง ฝ่ายรัฐบาลจะได้มีเวลาทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างเต็มที่ ฝ่ายค้านเองก็สามารถตรวจสอบการทำงานฝ่ายรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีเวลาเจาะลึกในเรื่องสำคัญๆ นอกจากนี้ยังมีเวลาสำหรับพัฒนาตนเองเพื่อเตรียมตัวสำหรับเป็นรัฐบาลเมื่อมีโอกาสด้วย   

ฝ่ายค้านบางคนคงเกรงไม่มีใครสนใจ จึงชอบที่จะสรวมวิญญาณนักโต้วาทีเพื่อการบันเทิง แสดงความสามารถเฉพาะตัว (ห้ามลอกเลียนแบบ) ยกเอาเรื่องที่ไม่น่าจะมีประเด็นขัดแย้งขึ้นมาค้าน เช่น กรณีเด็กวัยรุ่นพูดจาไม่สุภาพถึงขั้นให้ของลับนายกรัฐมนตรี แล้วถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจนทำให้เสียโอกาสในการทำกิจกรรมบางอย่าง ซึ่งเรื่องนี้นายกฯเฉยตลอด ฝ่ายค้านแทนที่จะว่ากล่าวตักเตือนเด็กอย่างที่ผู้ใหญ่ดีๆควรทำ กลับไปให้ท้าย โดยค้านนายกฯว่าไม่ควรอยู่นิ่งเฉย เหมือนกับจะบอกว่าให้ไปโอ๋เด็ก แถมโจมตีว่าแทรกแซงสื่อ (กรณีเดียวกันนี้ถ้านายกฯเกิดเลือดขึ้นหน้าขึ้นมาไปต่อปากต่อคำกับเด็ก มีหวังถูกฝ่ายค้าน และ สื่อ โจมตีจนไม่เป็นผู้เป็นคนแน่นอน)  

ขณะนี้รัฐบาลพยายามสร้างความปรองดองในชาติ มีการตั้งกรรมการหลายชุด โดยผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผู้คนในสังคมเคารพนับถือเสียสละเข้าร่วมงานจำนวนมาก และ มีการจัดกิจกรรมต่างๆอีกหลายประการ ไม่มีสักเรื่องที่ฝ่ายค้านเห็นด้วย ก็ไม่ว่ากัน ใครจะห้ามความคิดใครได้ แต่ที่พากันออกไปปลุกระดมสร้างความแตกแยกในสังคมนั้น มันน่าจะเกินเลยขอบเขตของการเป็นฝ่ายค้าน เข้าตำราที่คนโบราณท่านว่า “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: