Performance management

Performance เป็นศัพท์ทางการบริหารที่พูดถึงกันบ่อยๆ ความหมายในภาษาไทยว่าอย่างไรไม่แน่ชัด แต่อธิบายแบบไทยปนอังกฤษได้ว่า Performance คือผลจากการ Perform ของ Performer เช่น ผู้บริหารเป็น Performer บริหารกิจการ (Perform) ทำให้บริษัทมีกำไร เรียกกำไรว่าเป็น Performance ของผู้บริหาร ทำนองเดียวกัน ช่างซ่อมบำรุงเป็น Performer ซ่อม (Perform) เครื่องจักรเก่าที่ชำรุดให้กลับมาทำงานได้เหมือนเครื่องจักรใหม่ เรียกเครื่องจักรสภาพเหมือนใหม่ (ภายหลังการซ่อม) ว่าเป็น Performance ของช่างซ่อมบำรุง เป็นต้น

ถ้านำไปเปรียบเทียบกับการบริหารคุณภาพ จะพบว่า Performance ของผู้บริหาร และ ช่างซ่อมบำรุงตามตัวอย่างที่กล่าวถึงในย่อหน้าข้างบนไม่ว่าจะเป็น กำไร หรือ สภาพเครื่องจักร ก็คือคุณภาพของบริษัทที่ได้รับการบริหาร และ คุณภาพของเครื่องจักรที่ได้รับการซ่อมบำรุงนั่นเอง จึงอาจกล่าวได้ว่า คุณภาพ กับ Performance เป็นตัวเดียวกัน ดังนั้นการบริหารคุณภาพ กับ การบริหาร Performance จึงให้ผลเหมือนๆกัน

 

ความแตกต่างอยู่ที่การเข้าถึง (Approach) โดยการบริหารคุณภาพเข้าถึงเป้าหมายผ่าน “ระบบ” (System) ในขณะที่การบริหาร Performance เข้าถึงเป้าหมายผ่าน “คน” (People)  

ระบบในการบริหารคุณภาพหมายถึง “การประกันคุณภาพ” (Quality assurance – QA) อย่างหนึ่ง กับ “การควบคุมคุณภาพ” (Quality control – QC) อีกอย่างหนึ่ง QA เป็นระบบที่ประกันว่าถ้าปฏิบัติตามแล้วจะไม่มีความผิดพลาด เพราะหลักการของ QA คือทำให้ถูกต้องตั้งแต่วาระแรกที่ทำ (Do it right at the first time) QA ที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือมาตรฐานคุณภาพ (ISO 9001) ส่วน QC เป็นระบบที่ทำให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous improvement) เพราะเมื่อมีความผิดพลาด การแก้ไขต้องนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติงานใน QA  

การบริหาร Performance เป็นการทำให้คน Perform อย่างถูกต้องด้วยปัจจัยหลักสามประการคือ (1) การมอบหมายงาน (Assignment) (2) การจูงใจ (Motivation) และ (3) การควบคุม (Control)  

หลักสำคัญของการมอบหมายงานคือ Put the right man to the right job โดยมี Competency เป็นตัวกลาง แปลว่างานต้องการ Competency แบบไหน ก็มอบหมายงานให้คนที่มี Competency แบบนั้นปฏิบัติ  

Competency ตามภูมิปัญญาไทยก็คือ “เก่ง” ซึ่งประกอบด้วย “เก่งตน” “เก่งคน” และ “เก่งงาน” เก่งตนคือสามารถควบคุมตนเองให้เป็นคนดี อดทน หนักเอาเบาสู้ ขยันหมั่นเพียร ฯลฯ เก่งคนคือสามารถทำงานกับคนได้ พูดจากับคนรู้เรื่อง รับคำสั่งได้ ออกคำสั่งเป็น มีมนุษย์สัมพันธ์ ฯลฯ และ เก่งงานคือมีความรู้ความสามารถ และ ความชำนาญ สามารถทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลายอย่างให้เกิดประสิทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ  

การจูงใจให้คนทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเริ่มต้นก็ต้องกำหนดให้สิ่งนั้นเป็นเป้าหมาย โดยควรเป็นเป้าที่ท้าทาย (Challenge) หรือ บรรลุได้ยาก แต่ต้องไม่ยากเกินไปจนเห็นแล้วท้อ จากนั้นเป็นเรื่องของการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation) ที่เหมาะสมตาม Performance (Pay for performance) ที่สำคัญคือต้องไม่น้อยกว่าราคาตลาด (แรงงาน) และ สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือการให้รางวัลบนพื้นฐานที่ว่าทำดีก็ต้องมีรางวัล

การควบคุมประกอบด้วยกิจกรรมหลักสามประการคือ (1) ตรวจสอบ (Check) เพื่อ (2) แก้ไข (Correction) หรือ เพื่อ (3) ป้องกัน (Prevention) ตรวจสอบเพื่อแก้ไขคือตรวจ Performance (ผล) ที่เกิดจริงเทียบกับเป้าหมาย ในขณะที่ตรวจสอบเพื่อป้องกันเป็นการตรวจเหตุล่วงหน้า เช่น ตรวจการมอบหมายงาน การจูงใจ ว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

การบริหารคุณภาพ กับ การบริหาร Performance แม้จะสร้างผลลัพธ์ได้เหมือนๆกัน แต่ถ้าต้องการให้เกิดความยั่งยืน (Sustainable) จำเป็นต้องใช้สองอย่างควบคู่กันไป กล่าวคือต้องให้ความสำคัญกับทั้งระบบ และ คน อย่างสมดุลไม่หนักไปข้างใดข้างหนึ่ง

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: