กลยุทธ์ (3) – เป็นคนค้าคนขายต้องรู้จัก…

พูดถึงกลยุทธ์ ไม่ว่าจะ “หากินอย่างไร” (กลยุทธ์ 1) หรือ “หากินที่ไหน” (กลยุทธ์ 2) ขอย้ำอีกครั้งว่าเป็นเรื่องของการแข่งขัน ซึ่งคู่แข่งไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดจำเป็นต้องรู้จักตัวเอง (รู้เรา) ว่ามีจุดแข็ง (Strength – S) จุดอ่อน (Weakness – W) อยู่ที่ไหน แต่ละจุดที่ว่านั้นเทียบกับฝ่ายตรงข้าม (รู้เขา) แล้วเหมือน หรือ ต่างกันอย่างไร มากน้อยแค่ไหน เมื่อเข้าไปในสนามแข่งขัน (ตลาด) แล้วที่ใดให้คุณ หรือ เป็นโอกาส (Opportunity – O) ให้โทษ หรือ เป็นอุปสรรค (Threat – T) กับจุดแข็งจุดอ่อนใด ของใคร โดยการวิเคราะห์ที่เรียกว่า SWOT analysis

มวยไทยใครๆก็รู้ว่าใช้อวัยวะหลายส่วนของร่างกาย เช่น เท้า แข้ง เข่า หมัด ศอก เป็นอาวุธ โดยเท้า แข้ง จัดเป็นอาวุธยาว (รัศมีทำการไกลตัว) ในขณะที่เข่า หมัด ศอก เป็นอาวุธสั้น (รัศมีทำการใกล้ตัว) นักมวยที่ถนัดครบเครื่องใช้อาวุธได้ดีทั้งสองชนิดไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่ไม่ถนัดยาวก็ถนัดสั้นอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อนักมวยที่มีความสามารถต่างกันขึ้นชก กลยุทธ์ของคนที่ถนัดอาวุธสั้นคือหลอกล่อ หรือ ไล่ต้อนให้คนที่ถนัดอาวุธยาวเข้าไปที่มุมเวที (ที่แคบใช้อาวุธยาวไม่ถนัด) ในขณะที่คนถนัดอาวุธยาวจะดึงคนถนัดอาวุธสั้นให้ออกมาสู้กันกลางเวที (พื้นที่กว้างขวางเหมาะกับการใช้อาวุธยาว) ใครที่สามารถทำให้การชกเป็นไปตามกลยุทธ์ของตัวเองโอกาสชนะก็มีมาก ดังนั้นนักมวยที่ฉลาด หรือ มี Coach เก่งจะวิเคราะห์ SWOT ก่อนขึ้นชก เพื่อหาจุดที่ S กับ O มาเจอกัน อันเป็นจุดที่ตัวเองได้เปรียบในการต่อสู้

ในทางการค้า S ของใครมาเจอ O ที่ใด ก็จะได้ครอบครองส่วนแบ่งการตลาด ณ. จุดนั้น ซึ่งเป็นอาณาบริเวณที่ฝรั่งเรียกว่า “Niche” ที่ออกเสียงคล้ายกับคำว่า “นิด” ในภาษาไทย จึงมีผู้กล่าวแบบติดตลกว่า “เป็นคนค้าคนขายต้องรู้จักน้องนิด” ถึงจะร่ำรวย แปลว่าให้รู้ที่ รู้ทางของตนนั่นเอง ไม่ใช่ทำอะไรสะเปะสะปะไปหมด

การมี S แต่หา O ไม่พบ (เก่งไปหมด แต่เรื่องที่เก่งไม่โดนใจใครเลย) S นั้นก็ไม่มีความหมาย แม่ค้าขายกล้วยแขกคนเก่ง ทอดกล้วยแขกรสชาติดีขาย แต่ไปตั้งร้านค้าอยู่บริเวณที่คนมีความระมัดระวังเรื่องสุขภาพ กังวลเรื่องอาหารประเภททอด ปิ้ง ย่าง ทั้งยังเกรงว่าแม่ค้าจะนำน้ำมันเก่ามาใช้ อย่างนี้กิจการก็คงจะไม่รุ่ง

การวิเคราะห์ SWOT นั้นต้องระลึกไว้เสมอว่าเป็นการวิเคราะห์เชิง “เปรียบเทียบ” (ทั้งในกลุ่มเดียวกัน และ กลุ่มอื่นที่อาจทดแทนกันได้ เช่น ขายกล้วยแขกด้วยกัน หรือ ขายกล้วยแขก กับ ขายกล้วยปิ้ง) ความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งที่คิดว่าเป็น S นั้นจะกลายเป็น W ไปทันที่ถ้าคู่แข่งมีความสามารถอย่างเดียวกันสูงกว่า

แม่ค้าขายกล้วยแขกคนหนึ่งบอกว่าตัวเองเก่ง ทำงานคนเดียวทั้งหมด ไม่ว่าจะซื้อวัตถุดิบ ผสมเครื่องปรุง ทอด ขาย ฯลฯ ทำให้ต้นทุนต่ำ อีกคนหนึ่งบอกว่าทำแบบเดียวกัน ต้นทุนต่ำพอๆกัน อย่างนี้ความเก่งที่ว่าก็ไม่ใช่ S ของใคร เพราะทำได้เหมือนๆกันเท่าๆกัน

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกก็เช่นกัน จะบอกว่าเป็น O หรือ T กับกิจการใด ก็ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับ S และ W ของกิจการนั้น เช่น ธนาคารกลางเอาใจผู้ส่งออกเข้าแทรกแซงทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เหตุการณ์นี้เป็น O ต่อผู้ผลิตที่มี S ในการหาแหล่งวัตถุดิบในประเทศ และ เป็น T ต่อคู่แข่งที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเพราะไม่สามารถ(W) หาแหล่งวัตถุดิบในประเทศ

การวิเคราะห์ SWOT นี้คนรุ่นเก่าทำกันมานานแล้ว เห็นได้จากคำกล่าวของปราชญ์จีนโบราณนาม “ซุนวู” ผู้ได้รับการยกย่องเป็นเจ้าแห่งกลยุทธ์ที่ว่า “รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” หรือ “แพ้ไม่เป็น” นั่นเอง

สุดท้าย ถ้าจะบอกว่าพระพุทธเจ้าองค์ศาสดาเอกของโลกทรงสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน หลายคนคงข้องใจ จึงขอเชิญชวนพิสูจน์ด้วยการศึกษาหลักธรรมคำสอนเรื่อง “สัปปุริสธรรม” เชื่อว่าคงค้นหาได้ไม่ยาก ศึกษาแล้วมีข้อคิดเห็นประการใดนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก็จะเป็นพระคุณ

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: