กลยุทธ (6) – ป้าแม้นขายขนมครก (ต่อ)

ป้าแม้นเล่าว่าราวๆปลายปีสี่ศูนย์ (พ.ศ. 2540) ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น พวกธนาคารมาไล่ยึดรถ ยึดบ้าน พวกเสี่ยหนุ่มๆหลายคนหายหน้าหายตาไป ลือกันว่าหนีหนี้ ป้ามีโอกาสอยู่ตึกก็ตอนนั้น เพราะมีคนเอาห้องแถวมาขายราคาถูก อยู่กันอย่างสบายสามคนแม่ลูกสองชั้นก็พอ  (ป้าแม้นมีลูกสองคน ส่วนลุงผิวผู้เป็นสามีตายไปตั้งแต่ลูกคนเล็กเกิดได้ไม่นาน ยังดีที่มีมรดกตกทอดไว้ให้บ้าง) ที่เหลือชั้นสามเลยแบ่งให้คนเช่า ช่วยให้มีรายได้อีกส่วนหนึ่ง

พอย้ายมาอยู่ห้องแถวมีที่มีทางกว้างขวางขึ้น ช่วงไหนมีเงินเหลือป้าก็ซื้อแป้ง ซื้อน้ำตาลมาตุนไว้ เวลาของขาดตลาดจะได้ไม่เดือดร้อน แถมซื้อมากๆได้ส่วนลดพิเศษอีกต่างหาก ช่วยลดต้นทุน แต่ตุนไว้มากๆเงินมันจม ป้าเลยคิดขยับขยายเปิดที่ขายเพิ่ม ที่เดิมทำเลดีอยู่ติดถนนใหญ่ใกล้ป้ายรถเมล์ป้าไม่ย้ายไปไหนยังคงดำเนินการเอง ส่วนที่ห้องแถวท้ายตลาดติดลานจอดรถให้ลูกสาวคนเล็กดำเนินการ ที่นี่รับส่งตามบ้านด้วย (ขนมครก Delivery) เพราะมีโทรศัพท์ โรงเรียนอนุบาลกลางซอยชอบมาซื้อไปเลี้ยงเด็ก พวกที่อยู่หมู่บ้านใกล้ๆก็โทรมาสั่งบ่อยๆ

ทำแล้วก็สนุก จริงๆคือได้เงินเยอะขึ้น ป้าพูดไปหัวเราะไป เลยเปิดร้านเพิ่มอีก คราวนี้ไปเปิดที่อีกตลาดหนึ่งห่างจากที่เดิมสักสี่ห้ากิโล (เมตร) ส่วนของลูกสาวก็ออกไปขายตามงานแสดงสินค้าด้วย งานโอทอป (OTOP) ไปเป็นประจำ แถมส่งให้พวกจัดเลี้ยงงานแต่ง งานประชุม อบรม สัมมนา ตามโรงแรมต่างๆอีกต่างหาก

งานเข้ามามากจนสามคนแม่ลูกรวมกับหลานอีกสองคนทำไม่ไหว ต้องมีลูกจ้าง แล้วปัญหาเรื่องคนก็ตามมา ไอ้ที่ฉลาดหน่วยก้านดีก็ออกจะขี้เกียจ บางคนขี้โกง ไอ้ที่ขยันขันแข็งก็สอนยาก ควบคุมอะไรไม่ได้ รั่วไหลไปเสียก็มาก สุดท้ายเลยต้องชะลอการขยายตัว ถอยมาตั้งหลักใหม่

มานึกได้ว่าปัญหาเรื่องคนนั้นส่วนหนึ่งก็มาจากตัวเราเอง คนไหนไม่ได้อย่างใจก็ว่าเขาโง่ คนไหนท่าทางฉลาดหน่อยก็ระแวงกลัวโกงบ้าง กลัวมาขโมยวิชาบ้าง วันวันเลยมีแต่เรื่อง เดี๋ยวว่าคนนั้น เดี๋ยวบ่นคนนี้ ลูกน้องรำคาญ (อันที่จริงลูกๆหลานๆป้าเองก็รำคาญเหมือนกัน) ทำงานอย่างไม่มีชีวิตจิตใจ ไม่ทุ่มเท ไม่ช่วยรักษาผลประโยชน์ ที่ทนอยู่เพราะไม่มีที่ไป ที่ไปได้ก็รีบไป คนเข้าคนออกเป็นว่าเล่น

อันที่จริงพวกนี้มันก็เด็กๆรุ่นลูกรุ่นหลานทั้งนั้น คิดได้แบบนี้แทนที่จะไปเคี่ยวเข็ญคนอื่นป้าเลยลองปรับตัวเอง ดูแลพวกเขาอย่างญาติ มีอะไรก็แบ่งปันไม่หวง แถมเผื่อแผ่ไปถึงที่บ้านพวกเขาด้วย ค่าแรงก็ให้ไม่น้อยหน้าคนอื่น บ่นน้อยลง ชมมากขึ้น พักหลังจึงเห็นหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ร่วมมือร่วมใจกันดี ป้าเองก็สบายใจไม่ปวดหัว

นอกจากนี้ยังมาคิดได้อีกอย่างหนึ่งว่าตัวเองแก่ลงทุกวัน สังขารก็ร่วงโรยไปตามวัย ความจำชักเลอะเลือน สูตร (ลับ) การปรุงขนมครกสารพัดสูตรบางทีลืม ทำผิดๆถูกๆ ก็เลยให้ลูกสาวช่วยจดบันทึกไว้ อีกทั้งระบบงานต่างๆก็ได้ลูกชาย (ลูกคนโตจบกฎหมาย) จัดการให้ เห็นเขาเอาเพื่อนที่อยู่โรงงานมาช่วย บอกว่าต้องทำให้เป็นมาตรฐาน คุณภาพขนมครกจะได้คงที่ไม่แปรปรวนตามอารมณ์คนปรุงคนแคะ และ ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะไปปรุงไปแคะกันที่ไหน รวมถึงคุณภาพการดำเนินงานอื่นๆด้วย ใครเจ็บใครป่วยไม่มาทำงานคนที่อยู่ก็ทำแทนได้ เพราะมาตรฐานเดียวกัน

มีคนมีระบบแล้วป้าก็ชวนลูกๆหลานๆลุยขยายงานใหม่หลังจากหยุดขยายมาหลายเดือน ลูกชายค้านว่าอย่าเพิ่งเลย ไหนๆก็ไหนๆแล้วไปจดทะเบียนการค้าให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียก่อนน่าจะดีกว่า ก็เลยมีเรื่องให้ต้องซักต้องถามกันมากหน่อยเพราะป้าไม่มีความรู้เรื่องนี้ ยิ่งซักก็ยิ่งงงสุดท้ายหมดแรงซักเลยบอกลูกชายว่า เอาไงเอากัน แต่ขอไว้อย่างหนึ่งคือต้องทำให้ถูก พูดยังไม่ทันจบพ่อนักกฎหมายเอกรีบบอกว่า แน่นอนต้องทำให้ถูกกฎหมาย

ป้าว่าใช่ถูกกฎหมายนั้นดีแล้ว แต่คนเป็นผู้เขียนกฎหมาย วิเศษมาจากไหนมันก็มีช่องว่างช่องโหว่ให้พวกหัวใสใช้เป็นช่องทางทำมาหากิน เอาเปรียบคนมีความรู้น้อย คนด้อยโอกาส ที่บอกว่าทำให้ถูกคือ “ถูกทำนองครองธรรม” หวังว่าคงจะเข้าใจนะพ่อทนาย

แล้วก็จบไม่ลงตามเคย เก็บที่เหลือไว้บทความหน้าก็แล้วกันนะครับ

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: