เด็ก

ถึงวันเด็กทีไรอดคิดถึงชีวิตในวัยเด็กไม่ได้ แม้เวลาจะผ่านมาแสนเนิ่นนานแต่หลายๆเรื่องราวยังอยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืมเลือน จำได้แม่นว่าเมื่ออายุห้าขวบต้องจากบ้าน จากพ่อแม่ และ พี่น้องไปอาศัยอยู่กับอาที่อีกตำบลหนึ่ง เนื่องจากที่บ้านเกิดไม่มีโรงเรียน แล้วก็กลายเป็นบักหำน้อยตุหลัดตุเหล่ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เพราะไม่เคยกลับไปอยู่บ้านเกิดอย่างเป็นเรื่องเป็นราวอีกเลย

เมื่อแรกไปอยู่กับอานั้นอายุยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียนประชาบาล อาเลยส่งให้ไปเรียนกับครูฉุยที่ใช้ใต้ถุนบ้านของครูเป็นห้องเรียน ได้รับรู้รสชาติอันขมขื่นของบอระเพ็ดที่ครูให้เคี้ยวเป็นการทำโทษเมื่อซน ดื้อ หรือ คุยมาก พอเจ็ดขวบเข้าโรงเรียนวัดใกล้บ้านขึ้นประถมสองเลย เพราะครูฉุยสอนวิชาประถมหนึ่งมาให้หมดแล้ว

เป็นพ่อค้ามาตั้งแต่เด็ก รับไอติมแท่งใส่กระติกมาขายในวันหยุด แต่ถ้าวันไหนที่วัดมีงานเลิกเรียนแล้วก็มาขายด้วย (ทำ Overtime) กระติกหนึ่งจุยี่สิบแท่งขายแท่งละสลึง ขายหมดหรือไม่หมดต้องเอาเงินไปให้เถ้าแก่ (ผู้ผลิตไอติม) สามบาท ที่เหลือจึงจะเป็นของเรา รับมาแล้วก็พยายามขายให้ได้สิบสองแท่ง หลังจากนั้นขายได้ไม่ได้ไม่สนใจ เพราะถือว่าผ่านจุดคุ้มทุนมาแล้ว กินเองบ้าง แจกเพื่อนบ้าง เป็นที่สนุกสนาน (รู้จักคำนวณจุดคุ้มทุนเสียด้วย)

หลังเรียนจบชั้นประถมที่บ้านอาก็ต้องย้ายไปหาที่เรียนมัธยม คราวนี้ไปอยู่กับ “หลวงอา” (น้องหลวงพ่อเจ้าอาวาส) ที่วัดในอีกตำบลหนึ่ง ความสนุกสนานในวัย Teenage เริ่มต้นที่วัดแห่งนี้ พร้อมๆกับการได้รับรู้รสชาติของกิ่งสนที่หลวงอาใช้เป็นไม้เรียวตีก้นเมื่อทำผิด เช่น เล่นการพนัน ทะเลาะวิวาท หนีเที่ยว

เด็กวัดนอกจากต้องปรนนิบัติพระ หลวงพ่อ หลวงพี่ หลวงอา หลวงตา หลวงลุงแล้ว หน้าที่หลักคือเรียนหนังสือ เวลาว่างก็เล่นกีฬา ฟุตบอล ตระกร้อ ชกมวย และ ขาดไม่ได้คือการพนัน ที่นิยมในยุคนั้นก็มีล้อต๊อก ไพ่ป๊อก ไพ่ผสมสิบ หน้าฝนน้ำเจิ่งนองท้องนาก็จับปลากัดมากัดกัน เมื่อเล่นการพนันไม่ว่าชนิดไหนจะมีกติกาง่ายๆตรงไปตรงมาสองข้อคือ 1) โกงได้ 2) จับได้ถูกเตะ

วันเด็กปีนี้ท่านนายกรัฐมนตรีสอนให้เด็ก “รู้คิด” ไม่ได้ยินท่านอธิบายว่าหมายถึงอะไร คงให้คิดเอาเอง (ก็ท่านบอกให้รู้จักคิด) เผื่อมีเด็กสงสัยแล้วผ่านมาที่บ้านนี้ อยากจะบอกเด็กว่าอย่างน้อยที่สุดควรเริ่มต้นที่คิดบวก (Positive) คือคิดว่าเป็นไปได้ ทำได้ ถ้าปีปัญหาก็แก้ได้ ถ้ามีอุปสรรคก็จะผ่านไปได้ ฯลฯ

คิดบวกแล้วยังทำไม่ได้ ยังแก้ไขไม่ได้ หรือ ติดๆขัดๆ ต้องคิดนอกกรอบ คิดวิธีการใหม่ๆไม่เหมือนกับที่เป็นอยู่ หรือ ที่เคยเป็นมาในอดีต ไม่เหมือนกับคนอื่น ฯลฯ เรียกรวมๆว่าคิดสร้างสรรค์ (Creative)

และ สุดท้ายที่จะฝากไว้สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับความคิดก็คือให้คิดเชิงป้องกัน ด้วยการชิงลงมือก่อน (Proactive) แปลว่าเมื่อต้องประสงค์สิ่งใดให้หาทางป้องกันความผิดหวังด้วยการแสวงหาสิ่งนั้น ไม่ใช่นั่งรอโชควาสนา หรือ เมื่อไม่ต้องการให้เกิดปัญหาก็ต้องหาทางป้องกันความผิดพลาด ไม่ใช่นั่งรอให้ผิดก่อนจึงเข้าไปแก้ไข ความคิดแนวนี้จะนำไปสู่การวางแผน การควบคุมให้เป็นไปตามแผน และ บรรลุเป้าหมายในที่สุด คน Proactive จะควบคุมสถานการณ์ต่างๆได้ดี

ขอให้เด็กในวันนี้จงมีความสุข และ เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้ากันทุกคน

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: