รบเขมร

ทหารเขมรที่อวดอ้างว่าเก่งกล้า ใช่ว่าจะกินเหล็กกินไหลมาจากไหน เจอลูกตะกั่วเข้าไปก็จอดเหมือนกัน ทั้งยังกลัวตายไม่แพ้คนอื่นๆ แต่การที่พวกเขาทำกำแหงหาญซัดสาดสารพัดศาสตราวุธทั้งหนักเบาเข้ามาในดินแดนไทยอย่างบ้าคลั่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต ทรัพย์สิน และ บ้านเรือนของราษฎรรวมสิ่งก่อสร้างสาธารณะ เช่น โรงเรียน ไม่เว้นแม้สำนักสงฆ์เสียหายนั้น คงเป็นเพราะคิดว่าทหารไทย และ รัฐบาลไทยอ่อนแอไม่เอาไหน

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่พวกเขมรแหลมเข้ามาเราต้องตอบโต้ไปแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันในบัดดลอย่ารอช้า (อย่างที่ทหารไทยทำในครั้งนี้) และ เอาให้หนัก ถ้าเขาส่งลูกยาวมาทักทายหนึ่งให้ส่งตอบกลับไปสิบเป็นอย่างต่ำ ให้รู้เสียบ้างว่ากองทัพไทยนั้นมีพิษสงน่าเกรงขามเพียงใด จะได้ยับยั้งชั่งใจถ้าคิดจะทำร้ายประเทศไทยอีก

สำหรับต้นเหตุที่ทำให้พวกเขมรคิดว่าทหาร และ รัฐบาลไทยไม่เอาไหนนั้น รัฐบาล กับ ทหารต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน และ หาทางแก้ไข ไม่ควรปล่อยผ่านเลยไปเฉยๆ อย่าให้เป็นไปตามที่คนเขานินทากันว่าผู้มีอำนาจในวงการเมืองการทหารบางคนเล่นบทพ่อค้ามากไป จนไม่กล้าแสดงบทกร้าวด้วยเกรงว่าจะกระทบกระเทือนผลประโยชน์ส่วนตน และ พรรคพวกในดินแดนเขมร

ส่วนการต่อกรด้านการทูตนั้น ต้องเข้าใจว่าพวกเขมรเชี่ยวชาญ และ ฉับไว บนเวทีโลก (เห็นได้จากรบกันยังไม่ทันสิ้นเสียงปืนก็ส่งหนังสือฟ้องร้องประเทศไทยไปถึงองค์การสหประชาชาติเสียแล้ว เหมือนเตรียมตัวมาก่อนเสียงปืนแตก) อาศัยที่เป็นประเทศเล็กกว่า การกล่าวหาประเทศใหญ่บุกรุกรังแกจึงมักถูกมองว่ามีมูล

นอกจากนี้เขมรยังได้รับการสนับสนุนจากลูกหลานนักล่าอาณานิคมที่บรรพบุรุษของพวกเขาทำตัวเยี่ยงโจรเข้ามาก่อกรรมทำเข็ญยึดครองประเทศเพื่อนบ้านของไทย แม้เอาชนะไทยไม่ได้ก็บังคับขู่เข็นให้ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ทิ้งไว้เป็นมรดกบาปให้คนรุ่นหลังทะเลาะกัน

ดังนั้นการตอบโต้ข้อกล่าวหาต้องทำทันทีทันใดพร้อมหลักฐานที่ชัดเจน เชื่อถือได้ ทำให้เขมรเจ้าเล่ห์ที่ชอบปั้นน้ำเป็นตัวพูดไม่ออกบอกไม่ถูกด้วยจำนนต่อหลักฐาน และ ที่สำคัญคือจะมัวแต่ตอบโต้อย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องดำเนินการเชิงรุก (เป็นผู้กำหนดเกม) ด้วย โดยเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ห้า ที่ทรงใช้กลยุทธ์ “Balance of power” นำพาชาติไทยให้รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกาในยุคล่าเมืองขึ้นมาได้

สุดท้าย เขมรมีผู้นำเผด็จการที่ครองอำนาจมายาวนานด้วยบุคลิก และ พฤติกรรมน่าเบื่อหน่ายทั้งต่อชาวเขมร (บางส่วน) และ ประชาคมโลก (บางส่วนอีกเหมือนกัน) แม้แสดงท่าทีมั่นใจว่าจะอยู่ในตำแหน่งไปอีกนาน แต่ก็ส่งสัญญาณความ “หวั่นไหว” ออกมาให้ชาวโลกได้เห็นโดยการแต่งตั้งลูกชายคนโตที่อายุยังน้อยให้มีอำนาจในกองทัพ เพื่อค้ำบัลลังก์ตัวเอง อันเป็นวิถีทาง “ทำร้ายลูก” ของเผด็จการทั้งหลายที่ต้องถูกโค่นอำนาจโดยพลังประชาชนในที่สุด

ดังนั้นถ้าจะ “รบเขมร” ก็ต้องบูรณาการทั้งภาคสนาม เวทีโลก พร้อมๆกับจี้จุดอ่อนของผู้นำ โดยเพิ่มความหวั่นไหวว่าจะถูกโค่นอำนาจจนต้องหมกมุ่นอยู่กับความมั่นคงของตัวเอง และ ครอบครัว วุ่นวายอยู่กับปัญหาภายในทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และ เคร่งเครียดกับแนวรบด้านอื่น จนไม่สามารถแสดงความยโสโอหังได้อีกต่อไป

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท

2 Responses to “รบเขมร”

  1. วิศวกรน้อยๆ Says:

    จากบทความของคุณลุง เรื่องใครจะเป็นรายต่อไป ผมว่าเขาคนนี้แหละครับ

  2. payont Says:

    คุณ วิศวกรน้อยฯ อยากให้เป็นตามที่คุณ วิศวกรน้อยฯ ว่าครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: