เรื่องหมาๆ

เขียนเรื่องคนๆมาหลายตอนชักเบื่อ (ทั้งคนเขียน คนอ่าน) วันนี้เลยเปลี่ยนบรรยากาศมาเขียนเรืองหมาๆดูบ้าง

“หมา” เป็นสัตว์บกสี่เท้ามีสัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งคือการ “เห่า” จัดเป็นกิริยาอาการเฉพาะของสัตว์ชนิดนี้ เพราะสัตว์อื่นๆไม่ทำกัน ดังนั้นถ้าได้ยินเสียงเห่าก็แปลว่าหมาแน่ๆ หรือ ถ้ามีคนบอกเราว่าอย่าเห่าก็ขอให้รู้ไว้เขาว่าเราเป็นหมาแหงๆ

สาเหตุที่เห่ามีหลากหลายประการ ที่พบบ่อยๆก็คือเห่าเมื่อเห็นคนแปลกหน้า ด้วยเหตุนี้คนจำนวนไม่น้อยเลี้ยงหมาไว้เฝ้าบ้าน ทำให้นักการเมืองบางคน (โดยเฉพาะฝ่ายค้าน) ลงทุนเปรียบเทียบตัวเองเหมือนหมาเฝ้าบ้านที่คอยเห่า (ส่งเสียงร้องโหวกเหวกเมื่อเห็นรัฐบาลทำไม่ชอบมาพากล) โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเจ้าของ (ประชาชน)

ไอ้ที่เห่าลมๆแล้งๆแค่ลมพัดใบไม้ไหวก็เห่าเรียกว่า “หมาเห่าใบตองแห้ง” เห่าไปอย่างนั้นเองไม่กล้าไปกัดอะไร เป็นสำนวนเปรียบเทียบคนที่ชอบเอะอะโวยวาย คุยเขื่อง อวดเบ่ง อวดเก่ง ครั้นเจอะคนจริงเข้ากลับหลีกหนี เข้าทำนอง “หมาเห่าไม่กัด” เนื่องจากหมาดุมักไม่เห่า หมาพันธุ์ดุนี้ถ้ากัดซึ่งหน้าไม่ได้ (ด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ก็จะกัดลับหลัง หรือ ทีเผลอเรียกว่า “หมาลอบกัด”

เมื่อหมากัดกัน ตัวไหนสู้ไม่ได้จะวิ่งหนีหางตกเรียกหนีหางจุดตูด ตัวชนะวิ่งยกหางไล่ บางครั้งเจ้าตัวแพ้ไปพาพรรคพวกมารุมคู่ต่อสู้ เรียก “หมาหมู่” เหตุการณ์บ้านเมืองยามนี้หลายกลุ่มรุมเล่นงานรัฐบาลเหมือนหมาหมู่ไม่มีผิด (แค่เปรียบเทียบเฉยๆ ไม่ได้ว่าใครเป็นหมา ฮิฮิ)

หมาตัวที่แพ้นั้นถ้าวิ่งหนีแล้วยังถูกรุกไล่ไม่เลิกราจนไม่มีทางไปจะหันกลับมาสู้ใหม่ คราวนี้จะสู้อย่างยอมตายถวายชีวิต อันเป็นลักษณะที่เรียกว่าสู้แบบ “หมาจนตรอก” คนถ้าถึงคราต้องสู้แบบหมาจนตรอกเมื่อไหร่ก็บาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝ่ายแน่นอน ผู้ใหญ่จึงสอนว่าจะไล่ต้อนใครก็เว้นช่องทางออกให้เขาบ้าง

หมาเป็นโรคขนร่วงเหลือแต่หนังโล้นๆเรียก “หมาขี้เรื้อน” พบได้ทั่วไปตามข้างถนน หรือ ลานวัด ไม่มีใครอยากเข้าใกล้หมาประเภทนี้ คนที่มีนิสัย หรือ พฤติกรรมไม่ดีเป็นที่รังเกียจของคนทั่วไป ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วยจึงถูกเรียกว่าพวกหมาขี้เรื้อน นอกจากนี้ยังมีพวก “หมาหัวเน่า” เป็นพวกที่ถูกตัดออกจากวงสังคม มีศัพท์เฉพาะว่า “ตัดหางปล่อยวัด”

หมาถูกดูหมิ่นดูแคลนว่ามีศักดิ์ต่ำโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสัตว์ร้ายอย่างเสือ เห็นได้จากคำกล่าวของอาแป๊ะนักเดินขบวนล้มรัฐบาลที่ว่า “เสือเมื่อเจ็บไม่ร้อง ไอ้ที่ร้องนั่นมันหมา” (ดูถูกกันชัดๆ) นอกจากนี้คนที่มีความประพฤติไม่ดีเอามากๆก็มักถูกเปรียบเปรยว่า “เลวกว่าหมา” หรือ ไม่ก็ว่าเป็นพวก “ชิงหมาเกิด”

พูดเรื่องหมาแล้วก็นึกถึงนิทานเรื่องหนึ่งที่ว่า กาลครั้งหนึ่งมีหมาแม่ลูกสองตัวเดินผ่านร่างคนตาย เจ้าลูกหมาบอกแม่ว่าขอลิ้มรสลูกตาคน (ตาย) หน่อย แม่บอกว่าอย่าเลยลูกเอ๋ย ตาคนนั้นสอดส่ายมองหาแต่สิ่งที่เพิ่มพูนกิเลสตัณหา ขืนกินเข้าไปจิตของเจ้าจะทราม หมาน้อยจึงเปลี่ยนใจมาขอกินใบหู แม่ก็ห้ามไว้แล้วว่าหูคนนั้นคอยแต่จะฟังคำประจบสอพลอ ฟังแต่เสียงอุบาทยั่วยุกามารมณ์ หมาน้อยไม่ละความพยายามขอกินส่วนอื่นๆ แต่ไม่ว่าจะขอกินลิ้น หัวใจ แขน ขา แม่ก็ห้ามไว้ทั้งสิ้นด้วยเหตุผลทำนองเดียวกันคือมีแต่สิ่งไม่ดี สุดท้ายลูกหมาพ่นน้ำลายใส่ซากศพแล้วรำพึงว่า “ไอ้ชาติคน” ไม่เห็นมีอะไรดีสักอย่าง

เฮ้อ ว่าจะพูดเรื่องหมา แล้วไหงมาลงที่คนได้ล่ะนี่ อันที่จริงยังมีเรื่องหมาๆให้พูดได้อีกหลายประเด็น เช่น หมาเห่าเครื่องบิน หมาหางด้วน หมาถูกน้ำร้อน หมาหวงก้าง หมากัดอย่ากัดตอบ เดินตามหลังหมาผู้ใหญ่ไม่กัด (เฮ้ยไม่ใช่ เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด) ฯลฯ แต่ขอจบดีกว่า ก่อนถูกกล่าวหาว่า “ปากหมา”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: