MBA (12) – Last but not least

แล้วก็มาถึงบทสุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด (Last but not least) ที่มีความหมายว่าแม้จะอยู่ลำดับสุดท้าย แต่ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าบทต้นๆ อันได้แก่ธรรมะอื่นๆที่ใช้ประกอบในการปฏิบัติงาน ซึ่งมีมากมายหลายประการ แต่จะขอยกมาเป็นตัวอย่างสักสองสามเรื่อง

เรื่องแรกคือ “อิทธิบาท” ธรรมอันเป็นคุณเครื่องแห่ง “ความสำเร็จ” ที่ได้พูดไว้แล้วนำกลับมาย้ำอีกครั้ง เพราะสำคัญมากต่อความสำเร็จของงาน อิทธิบาทประกอบด้วย “ฉันทะ” คือมีความรักในงานที่ทำ มีความสุขกับการทำงาน เกิดความผูกพัน ไม่ละทิ้งแม้มีปัญหา อุปสรรค “วิริยะ” แปลว่าขยันหมั่นเพียร ทุ่มเท ไม่เกียจคร้าน หนักเอาเบาสู้ อดทน ไม่ย่อท้อ เฉกเช่นพระมหาชนก ที่สำเภาแตกแล้วว่ายน้ำอย่างเดียวดายกลางมหาสมุทรฯ (รายละเอียดหาอ่านได้ในพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้า)

“จิตตะ” มีจิตใจจดจ่อ หรือ ฝักใฝ่อยู่กับงานที่ทำ จะว่ามีสมาธิ หรือ ไม่ฟุ้งซ่านก็คงไม่ผิด และ “วิมังสา” หมั่นตรวจสอบอยู่เสมอ แปลว่าให้มี “สติ” (ระลึกได้) กับ “สัมปชัญญะ” (ความรู้สึกตัว) เช่น ระลึกได้ว่าตั้งเป้าหมาย (ในอนาคต) ไว้อย่างไร รู้สึกตัวว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันจะเข้าถึงเป้าหมายได้หรือไม่ ถ้าเห็นว่ามีโอกาสพลาดเป้าก็แก้ไขปรับปรุงเสียก่อน เรียกการบริหารเชิงป้องกัน (Proactive)

เรื่องที่สองได้แก่ “สังคหวัตถุ” ธรรมอันเป็นเครื่อง “ผูกใจคน” มีสี่ประการได้แก่ “ทาน” การให้ (แบ่งปัน เสียสละ สิ่งที่มีค่าทางเศรษฐศาสตร์ เช่น ทรัพย์สินเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้ฯ และ ให้สิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ เช่น ให้เกียรติ์ ความเคารพ อภัยฯ) “ปิยวาจา” พูดดี สุภาพ ไม่โกหกหลอกลวง “อัตถจริยา” ทำตนให้เป็นประโยชน์ ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ โดยไม่ต้องรอให้ร้องขอ และ “สมานัตตา” ปฏิบัติตนให้เหมาะกับสถานะ (บางท่านว่าเสมอต้นเสมอปลาย) เช่น เป็นผู้ใหญ่ก็ต้องเอาใจใส่ดูแลผู้น้อย เป็นผู้น้อยก็ต้องให้ความเคารพผู้ใหญ่ เป็นต้น

ผู้ปฏิบัติตามธรรมะทั้งสี่ประการดังกล่าวจะเป็นที่รักใคร่ของคนรอบข้าง ทำมาค้าขายก็เหมือนมีนางกวักอยู่กับตัว (เมตตามหานิยม) ลูกค้าไปมาหาสู่ไม่เคยขาด มีแต่คนยินดีค้าขายด้วย ดำเนินการใดๆจะมีคนคอยช่วยเหลือ สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นญาติสนิท มิตรสหาย เพื่อนร่วมงาน ผู้ใหญ่ ผู้น้อย

และ เรื่องที่สามเป็นธรรมะสำหรับ “ผู้เป็นใหญ่” (ผู้นำ ผู้บริหาร) เรียก “พรหมวิหาร” มีสี่ประการเช่นกันได้แก่ “เมตตา” ความปรารถนาจะเห็นคนอื่นมีความสุข “กรุณา” การลงมือทำให้คนอื่นมีความสุข หรือ พ้นทุกข์ (ไม่ใช่แค่คิด) “มุทิตา” ชื่นชมยินดี (ไม่อิจฉาริษยา) เมื่อเห็นคนอื่นเป็นสุข และ “อุเบกขา” การวางเฉย ด้วยจิตที่มั่นคงไม่ไหลเลื่อนไปในทางเสื่อม และ ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเร้าภายนอก ช่วยปกป้องตนเองจากสิ่งไม่ดีต่างๆ เช่น อบายมุข

เมตตา เป็นคุณค่าทางจิตใจ (Mentality Value) ที่ผลักดันให้เกิด กรุณา และ มุทิตา โดยมีอุเบกขาเป็นตัวกำกับไม่ให้ใช้เมตตาเกินขอบเขตของความถูกต้อง ธรรมะสามข้อแรกทำให้คนรัก และ ข้อที่สี่ทำให้คนยำเกรง ผู้ปรารถนาเป็นใหญ่เหนือผู้อื่นทั้งใน และ นอกองค์การจึงพึงปฏิบัติพรหมวิหารธรรมให้ครบถ้วน

Series เรื่อง Management Baeb Aram Boy (MBA) ที่เขียนมา 12 ตอน ก็ถึงเวลาต้องยุติลงเพียงแค่นี้ หวังว่าการผสมผสานกันระหว่างหลักการบริหารทั่วๆไป กับ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ดังที่ได้พรรณนามาทั้งหมด จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: