ศิษย์ตถาคต นักการเมือง อกาลิโก

“อกาลิโก” แปลว่าไม่ขึ้นกับกาลเวลา จะว่าทันสมัยอยู่เสมอก็คงไม่ผิด ที่ฟังๆมาคำนี้ใช้กับหลักธรรมคำสอนของระพุทธเจ้า ในเชิงสรรเสริญว่าเป็นคำสอนที่อัศจรรย์ด้วยเป็นจริงอยู่เสมอ สามารถนำมาสอนผู้คนได้ทุกยุคทุกสมัย

มองอีกมุมหนึ่ง เหตุที่ทำให้คำสอนของพระบรมศาสดาเป็นอกาลิโกก็คือ “คน” ซึ่งเป็นอย่างไรก็เป็นอยู่อย่างนั้นไม่พัฒนา ไม่ว่าผ่านมากี่ยุคกี่สมัย

เมื่อครั้งโบราณกาลผู้คนไม่รู้เหตุที่มาของปรากฏการณ์ธรรมชาติ (แต่ก่อนคนเรายังโง่) ฟ้าแลบฟ้าร้องจึงกลายเป็นเรื่องของนางเมฆลา กับ ยักษ์รามสูร และ อีกหลากหลายเรื่องราวที่ทำให้อนุมานได้ว่าพวกเขา “เชื่อผี” และ “พึ่งเทวดา” แม้พระพุทธเจ้าจะนำพาพวกเขาให้หลุดพ้นจากความหลงงมงายได้เป็นจำนวนมากด้วยการสอนให้ “เชื่อกรรม” และ “พึ่งตนเอง” แต่พวกบัวใต้น้ำมีมากมายเกินกำลังที่จะช่วยเหลือได้หมด  

ความเขลาจึงสืบทอดมาจนถึงคนรุ่นปัจจุบัน เดี๋ยวนี้แม้ผู้ที่เรียกตัวเองว่าพุทธบริษัท (บางคน) ก็ยังเชื่อผีพึ่งเทวดาเหมือนเดิม ธรรมะของพระพุทธองค์จึงยังใช้สอนผู้คนได้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ถ้าพวกเขาเชื่อกรรม พึ่งตนเอง ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีมาแล้ว เรื่องราวแบบในภาพนี้คงไม่มีให้เห็น

ศิษย์ตถาคตแท้ๆยังมานั่งจ้องดวงอาทิตย์เสริมบารมีให้นักการเมือง สงสัยจังทำไมไม่สอนให้บำเพ็ญ “ทศบารมี”

(1) ทาน (2) ศีล (3) เนกขัมมะ (4) ปัญญา (5) วิริยะ (6) ขันติ (7) สัจจะ (8) อธิษฐาน (9) เมตตา (10) อุเบกขา

เพราะธรรมเหล่านี้มิใช่หรือที่ช่วยสร้าง “เสริมบารมี” จนทำให้ผู้คนยอมรับนับถือ เคารพยำเกรง โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร หรือ อิทธิปาฏิหาริย์ที่ไหน

หรือแกล้งโง่เพื่อคำสอนของพระพุทธองค์จะได้เป็นอกาลิโก?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: